Chinese (Simplified)EnglishThai

Chinese (Simplified)EnglishThai

Chinese (Simplified)EnglishThai

facescan ปัจจุบัน เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้า ที่ลิ้งกันกับชีวิตประจำวัน

facescan ปัจจุบัน ผู้คนทั่วโลก ได้ให้ความสนใจและมุ่งเน้น เกี่ยวกับในเรื่องของ ระบบรักษาความปลอดภัยกันเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น สถานที่ราชการ โรงพยาบาล โรงงาน สถานศึกษา ที่พักอาศัย กลุ่มธุรกิจสำนักงาน

หรือหมู่บ้านจัดสรร หรือแม้แต่สถานที่สาธารณะ เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพราะว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญในด้านของปลอดภัยมากขึ้น และ ยังสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ เครื่อข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นคุณลักษณะเด่น ที่ทำให้ได้รับความไว้วางใจ จากหน่วยงานต่างๆ

จึงต้องมีการใช้ scan face หรือ ระบบการตวรจจับใบหน้า เกิดขึ้น ซึ่งโดยทั่วไป Face Recognition มักถูกนำมาใช้ในขอบข่ายงานที่เข้มงวดเรื่องความปลอดภัย เช่น ระบบตรวจสอบบุคคลเข้า-ออกพื้นที่ (Access Control System) อาคารสำนักงาน พื้นที่ปฏิบัติการภายในสนามบิน สถาบันวิทยาศาสตร์และการแพทย์ต่างๆ ที่จำเป็น

การใช้งาน face scan อย่างแพร่หลาย กำลังจะเกิดขึ้นแล้วสำหรับทั้ง Android และ iOS รวมถึง Google Glass ที่ใช้เทคโนโลยีการรู้จำใบหน้าเพื่อจับคู่ เหมือนคนที่ผ่านไปมาสู่โปรไฟล์ ออนไลน์ของพวกเขา แอพพลิเคชั่นมีชื่อว่า NameTag ที่จะอนุญาตให้คุณถ่ายภาพคนแปลกหน้า และค้นหาว่าพวกเขาเป็นใคร ด้วยเครือข่ายสังคมทั้งหมดและโปรไฟล์การหาคู่ออนไลน์ด้วย

เวลาที่มีการแชร์รูปภาพที่มีหน้าของเราอยู่ในนั้น Facebook จะตรวจจับใบหน้า พร้อมแท็กชื่อเราทันที และเมื่อมีการโพสต์รูปภาพ ก็จะมีการแจ้งเตือนให้เราทราบ เรามาดูกันว่าฟีเจอร์การจดจำใบหน้านั้นมีประโยชน์อย่างไร และตั้งค่าได้ตรงไหน

ฟีเจอร์การจดจำใบหน้า (Face Recognition) บน Facebook เป็นการจดจำใบหน้าของเราจากรูปภาพที่เคยแชร์ขึ้นไปบน Facebook และสามารถตรวจจับได้บนรูปภาพที่ผู้อื่นอัปโหลด พร้อมทั้งมีการแนะนำชื่อ Facebook ว่าควรจะแท็กใคร ซึ่งต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Facebook ก็ได้เพิ่มประสิทธิภาพของฟีเจอร์นี้ให้มีความปลอดภัยและสะดวกมากขึ้น ดังนี้

ผู้ใช้ Facebook สามารถแท็กชื่อเพื่อนในรูปภาพหรือวิดีโอได้ง่ายมากขึ้น โดยไม่ต้องพิมพ์ชื่อค้นหาเอง และถึงแม้ว่าเพื่อนจะไม่ได้แท็กชื่อเราบนภาพ แอปก็จะแจ้งเตือนให้เราทราบว่ามีใบหน้าของเราอยู่บนภาพนั้น
เมื่อมีคนอัปโหลดภาพที่มีใบหน้าของเราหรือนำรูปของเราไปใช้เป็นรูปโปรไฟล์ (ถึงแม้จะไม่ได้แท็ก) จะมีการแจ้งเตือนให้เราทราบอยู่เสมอว่ามีเราอยู่ในรูปนั้น ซึ่งอาจจะเป็นผลดีต่อคนที่ชอบถูกนำรูปไปใช้เป็น Facebook ปลอมหรือนำรูปภาพของเราไปใช้อย่างไม่เหมาะสม

แต่สำหรับบางคนที่ไม่ต้องการให้มีการแท็กชื่อของเราอัตโนมัติ เมื่อมีการอัปโหลดรูป ก็สามารถตั้งค่าปิดการจดจำใบหน้าใน Facebook ได้เลย

 

วิธีตั้งค่าเปิด-ปิดการจดจำใบหน้า บน Facebook
เปิดแอป Facebook > แตะไอคอนสามขีดด้านล่างขวา > แตะ การตั้งค่าและความเป็นส่วนตัว > การตั้งค่า > การจดจำใบหน้า (Face Recognition)

 

แตะ คุณต้องการให้ Facebook จดจำใบหน้าของคุณในรูปภาพและวิดีโอไหม > แตะ ใช่ หากต้องการให้มีการแจ้งเตือนเมื่อมีคนแชร์รูปที่มีเราอยู่ หรือจะแตะ ไม่ใช่ หากไม่ต้องการรับการแจ้งเตือน

 

การเปิดหรือปิดการจดจำใบหน้าก็แล้วแต่ความสะดวกในการใช้งานของผู้ใช้ บางคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นการรบกวน หากมีการแจ้งเตือนทุกครั้งและอาจจะไม่ต้องการให้มีการแท็กชื่ออัตโนมัติ ก็สามารถตั้งค่าปิดได้

แต่แนะนำว่าให้เปิดไว้จะดีกว่า เพื่อป้องกันการนำรูปของเราไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม หากต้องการความเป็นส่วนตัวในการแท็กรูป แนะนำว่าให้เปิดใช้การตรวจสอบไทม์ไลน์แทน โปรไฟล์ facescan

ข้อมูลจากต่างประเทศรายงานว่า เมื่อคุณต้องการจะพิสูจน์ใครสักคนที่พบเห็น เพียงถ่ายรูปใบหน้าโดยใช้อุปกรณ์ของโทรศัพท์แอพพลิเคชั่น จะส่งภาพไปยังผู้บริการ(NameTag’s server) ซึ่งจะทำการเปรียบเทียบภาพที่ส่งไปกับภาพเป็นล้านๆที่บันทึกออนไลน์ หลังจากนั้นจะส่งกลับมาพร้อมชื่อหรือรูปที่คนๆนั้นได้ถ่ายและโพสต์สาธารณะไว้ เช่นจาก Facebook Twitter Instagram และถ้าคุณสนใจคนๆนั้น และอยากทำความรู้จัก ก็อนุญาตการสแกนรูปโปรไฟล์ในเว็บไซต์หาคู่ได้ เช่นPlenty of Fish, OKCupid and Match.com

ความตั้งใจต่อมา ดูเหมือนจะข้ามขอบเขตความปลอดภัย เข้มงวดมาบ้าง กล่าวโดยทั่วไปแล้ว หากต้องการเลือกที่จะพิสูจน์ใครโดยการมีข้อมูลออนไลน์ที่หาได้อย่างอิสระแก่ใครก็ได้ที่เห็นคุณ ในที่สาธารณะดูเหมือนจะเป็นการค้นหาที่ไม่เหมาะสม โดย google ก็ดูเหมือนจะคิดเช่นนั้นด้วย จึงยังไม่อนุญาตให้ใช้แอพพลิเคชั่นการรู้จำใบหน้าบนแอปสโตร์ MyGlass อย่างไรก็ตามแอพพลิเคชั่น ก็ยังสามารถติดตั้งได้ในอุปกรณ์ jailbroken และอาจจะใช้บนอุปกรณ์อื่นได้ด้วย

Kevin Alan Tussy กล่าวว่า “เชื่อว่าจะทำให้การหาคู่ออนไลน์ และ ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่ปิดไว้ปลอดภัยมากขึ้นและทำให้เข้าใจคนรอบๆเรามากขึ้น” และ “มันง่ายกว่ามากที่จะพบคนที่น่าสนใจใหม่ๆ เมื่อเราสามารถมองไปที่บางคน ได้เห็น facebook หรืออื่นๆของเขาบ่อยครั้งที่มีปฏิสัมพันธ์กันโดยไม่เห็นการกระทำหรือไม่มีปฏิกิริยาต่อกันอย่างสิ้นเชิง NameTag บน Google Glass สามารถพลิกโฉมมันได้”

สำหรับองค์กรที่ต้องการ Document and Content Management Solution ที่สมบูรณ์แบบ พร้อม Professional Services ที่มีประสบการณ์ Implement Alfresco มามากกว่า 100 โครงการณ์ สามารถติดขอคำปรึกษากับ K&O Systems

ทั้งนี้บริษัทเคแอนด์โอ จึงได้มุ่งเน้นการจัดการแก้ไขปัญหา จัดการเอกสาร ด้านเอกสารขององค์กรมาอย่างยาวนาน และ ให้ความสำคัญกับด้านงานเอกสาร ต่อลูกค้าเป็นอย่างดี จนถึงปัจจุบันก็ได้ความยอมรับจากองค์กร ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กมากมาย จึงใคร่ขออาสาดูและปัญหาด้านเอกสารให้กับองค์กรของท่านอย่างสุดความสามารถ เพราะเราเป็นหนึ่งในธุรกิจ ระบบจัดเก็บเอกสาร ที่ท่านไว้ใจได้

สนใจรับคำปรึกษาด้านวางระบบจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์  EDMS โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก K&O ที่มีประสบการณ์มากว่า 15 ปี รวมถึงซอฟต์แวร์ระดับโลก ติดต่อ 0 2 – 8 6 0 – 6 6 5 9

Related Articles