โลกดิจิตอลในวันนี้

November 14, 2016

 

มนุษย์ในอนาคตต่างลืมว่าความอบอุ่นและความใกล้ชิดในโลกแห่งความเป็นจริงเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้น ท่ามกลางโลกออนไลน์มักเต็มไปด้วยความเหงา ความโดดเดี่ยว เพราะเป็นโลกที่จำลองขึ้นมา

 
เชื่อไหมครับว่า 3 พันล้านคนจากจำนวนประชากรทั่วโลกส่วนมากเป็นกลุ่มคนอายุน้อยกว่า 25 ปี ซึ่งกว่า 61% เป็นกลุ่มวัยรุ่นหรือกลุ่ม GenY ที่กำลังมาแรงและเป็นกลุ่มที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร ซึ่งนับวันยิ่งทวีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างจากฮ่องกงดูก็แล้วกันครับ จากข้อมูลในเชิงสถิติเด็กฮ่องกงใช้เวลาไปกับการออนไลน์ประมาณ 4.7 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนในฟิลิปปินส์ดูทีวีตกวันละประมาณ 6.2 ชั่วโมง

ทางด้านคนจีนยังน้อยกว่าหน่อยก็คือ 3.2 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ในประเทศจีนเองนั้นผู้คนมักใช้เงินส่วนตัวไปกับค่าใช้จ่ายบริการอินเตอร์เน็ต ถ้าเปรียบเทียบตามอัตราส่วนแล้วมากกว่าทางโลกตะวันตกเกือบสิบเท่าตัว

 

คำถามต่อไปคือแล้วประเทศไทยละครับเป็นอย่างไรกันบ้าง

จากข้อมูลสถิติการวิจัยบอกว่า เมืองไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Virtual Networking or Bogging) มากเป็นอันดับต้นๆ ของทวีปเอเชีย

 

อันดับท็อปคือประเทศจีนนั่นเอง ที่มีสังคมออนไลน์เกือบ 85% ของผู้ใช้บริการทั้งหมด ส่วนในประเทศไทยรั้งอันดับ 2 คือ 71% โดยตัวเลขดังกล่าวค่อยๆ ขยับไปข้างหน้าอย่างน่าใจหาย ซึ่งเด็กไทยกลุ่มนี้ (อาจรวมไปถึงผู้ใหญ่ด้วยเช่นกัน) นิยมใช้บริการแช็ตออนไลน์ ดาวน์โหลดดนตรี และใช้อินเตอร์เน็ตในการส่งแมสเสจต่างๆ กันอย่างมาก

 

ทั้งนี้ ในเชิงพฤติกรรมเชื่อไหมครับว่าเด็กที่เราเรียกว่า GenY นี่นะครับ เขาบอกว่ามีความสามารถพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ สามารถทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกันได้ อาทิ ทำการบ้านพร้อมกับดูเคเบิลทีวี หรือดูหนังดูทีวีและใช้อินเตอร์เน็ตไปพร้อมๆ กัน

จะสังเกตได้เลยว่าคนรุ่นใหม่หนีไม่พ้นเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ว่าไปแล้วอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นอวัยวะเสริมที่คนรุ่นใหม่มิอาจขาดได้เลยทีเดียว

ดังนั้น ดูเหมือนกับว่าตัวเลขดิจิตอล 0 และ 1 ได้แทรกซึมเข้าถึงทุกอณูของสังคมยุคปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จนหล่อหลอมวัฒนธรรมและพฤติกรรมการดำเนินชีวิตใหม่ขึ้นมา เพราะไม่ว่าจะเป็นคนชนชาติใด สีผิวไหน ศาสนาใดก็ตาม ก็ได้ถูกทำการหล่อหลอมไปด้วย วัฒนธรรมดิจิตอล (Digital Culture) ไปเรียบร้อยแล้วครับ

 

ลองสังเกตดูซิครับว่าใครไม่มีมือถือบ้าง สำหรับตัวผมเองคงไม่ต้องมองไกลที่ไหนหรอกครับ ขนาดคุณย่าวัย 70 กว่าปีของผมเองนั้น สามารถกดโทรศัพท์มือถือได้คล่องดั่งกับวัยรุ่นเลยทีเดียว

 

ส่วนรุ่นลูกหลานพออายุไม่ถึงสิบขวบก็ไม่ขอของเล่นกับเขาแล้ว แต่ต้องการคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กกับเขาบ้าง

สิ่งที่ผมจะกล่าวต่อไปคือ โลกเปลี่ยนไปแล้วครับ ทุกอย่างในเวลานี้ขึ้นอยู่กับ 1.ความรวดเร็วและความคล่องตัว ซึ่งนำมาด้วยความยืดหยุ่นในการติดต่อผู้คนได้จากทั่วทุกมุมโลก ผู้คนต้องการเชื่อมโยงด้วยความฉับไว ต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารภายในไม่กี่วินาที

และที่สำคัญยิ่งมีสิ่งนี้มากขึ้นเท่าไหร่ผู้คนต่างใจร้อนมากยิ่งขึ้น และมีความอดทนน้อยลงเป็นเงาตามตัว

 

2.ความสะดวกสบายและความครบครัน อาทิ อุปกรณ์สมัยใหม่ต้องครบเครื่อง บางเบา เก๋ไก๋ สะดวกและใช้ง่าย อย่างการมีมือถือที่มีกล้องคุณภาพสูง มีออแกไนเซอร์ในตัว แช็ตออนไลน์และดูยูทิวบ์ได้ กล่าวคืออุปกรณ์หนึ่งเป็น One Stop Service เลยทีเดียว 3.ระบบเครือข่ายทำให้เกิดสองปรากฏการณ์ใหม่ กล่าวคือ การกระจายตัวของผู้คนแทนที่จะอยู่เป็นกลุ่ม ไม่จำเป็นต้องเห็นหน้ากันจะจะ แต่เจอบนโลกออนไลน์

ข้อดีคือสะดวกและคล่องตัว แต่สิ่งที่นับว่าเป็นดาบสองคมคือผู้คนได้ถูกตัดออกจากสภาวะแวดล้อมของความเป็นจริง (Reality) และใช้ดินแดนดิจิตอลเป็นที่พบปะสังสรรค์ (Virtual Reality)

 

ทั้งสองอย่างนี้เป็นทางเลือกที่ทำให้เกิดความยืดหยุ่น แต่ทำให้มนุษย์ในอนาคตต่างลืมว่าความอบอุ่นและความใกล้ชิดในโลกแห่งความเป็นจริงเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้น ท่ามกลางโลกออนไลน์มักเต็มไปด้วยความเหงา ความโดดเดี่ยว เพราะเป็นโลกที่จำลองขึ้นมา

4.ผู้คนต้องการมีกลุ่มของตนเอง มีความเป็นปัจเจกบุคคลมากยิ่งขึ้น สังเกตได้จากการสร้าง Blog ของตนเอง หรือการสร้างสังคมหรือกลุ่มต่างๆ ที่มีความเชื่อเหมือนกัน จึงทำให้เกิดสังคมและวัฒนธรรมที่แตกแขนงยิบย่อยออกไปบนโลกออนไลน์

 

5.เป็นเรื่องร้ายต่อวงการสิ่งพิมพ์อย่างแท้จริง เพราะตัวเลขได้พิสูจน์ออกมาแล้วว่าผู้คนเริ่มใช้บริการจากการอ่านข้อมูลข่าวสารออนไลน์มากยิ่งขึ้น

และที่สำคัญคือสามารถเลือกในสิ่งที่ตนต้องการบริโภค อาทิ ณ ปัจจุบันมีวิทยุออนไลน์เปิดเพื่อสนองอารมณ์ของน้องหมาที่บ้าน ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มที่แปลก แต่มีผู้ใช้บริการเยอะมากนับแสนคน

 

ทั้งหมดที่ผมได้กล่าวมานั้นเป็นเรื่องใกล้ตัวที่บางทีเราอาจจะมองข้ามหรือไม่เคยนึกถึงมาก่อน แต่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าโลกในวันนี้ได้ก้าวกระโดดไปสู่ยุคดิจิตอลจนเราคาดไม่ถึง

 

สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือ สภาวะจิตสังคมในอนาคต และสภาวะร่างกายของผู้คนเสียมากกว่า

เด็กวันนี้โดยเฉพาะในเกาหลีใต้มีมือถือมากกว่า 85% และโดยเฉลี่ยส่งแมสเสจข้อความ 60 ครั้งต่อวัน ถือว่าเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจในการศึกษาในด้านความสัมพันธ์ระหว่างโลกดิจิตอล และสภาวะจิตของผู้คนในอนาคต

 

โลกไซเบอร์เป็นโลกที่น่าสนใจ เป็นสิ่งที่เราถอยหลังไปไม่ได้ แต่อย่างน้อยถ้าเราได้มีการศึกษาถึงผลกระทบมากกว่านี้คงเป็นสิ่งที่ดีนะครับ ถือว่าเป็นการเตรียมตัวก่อนที่เราจะถูกครอบงำไปด้วยตัวเลข 0 และ 1 ครับ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก oknation

 

 

Please reload

บริการให้เช่าจอทัชสกรีน, สมุดอวยพรดิจิตอล, Kiosk, digital signage, tv wall, selfie, scanner, ระบบสแกนเอกสารครบวงจร, สำหรับงานแต่งงาน, งานสัมมนา, งาน event, งานเลี้ยง, งานวันเกิด กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

© 2014 by K&O Systems.

CONTACT US



15, 17 Q-Doc Studio

Banglumpulang Khlongsan

Bangkok 10600
dcs@ko.in.th

Phone:  +66 (0)82 645 4469

          +66 (0)86 594 5494

Tel :     +66 (0)2 860 6659

 

Hotline

NEED HELP?
 
Mon. - Fri. 09.00 am. - 17.00 pm.CALL US  +66 (0)82 645 44699
                         +66 (0)86 594 5494
                         +66 (0)2 860 6659
                 
 
  • YouTube - White Circle
  • Facebook Clean
  • Twitter Clean
  • Google Clean

@ko.in.th