Chinese (Simplified)EnglishThai

Chinese (Simplified)EnglishThai

Chinese (Simplified)EnglishThai

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล เป็นบทบาทผู้นำใหม่ สำหรับการปกป้องข้อมูลทั่วไป

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล Data Protection Officer (DPO)เป็นบทบาทผู้นำใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยการบังคับใช้กฎระเบียบการปกป้องข้อมูลทั่วไป ( PDPA)

ตามที่WP29อ.ส.ค. เป็นรากฐานที่สำคัญของความรับผิดชอบในขณะที่การแต่งตั้ง อ.ส.ค. อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติตามและเปรียบในการแข่งขันสำหรับธุรกิจ นอกเหนือจากการอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติตามผ่านการใช้เครื่องมือรับผิดชอบ (เช่นการอำนวยความสะดวกในการประเมินผลกระทบการปกป้องข้อมูลและดำเนินการหรืออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบ) DPO ยังทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริหารขององค์กรในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลก็คงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ Data Protection Officer (เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล) หรือที่เรียกกันติดปากอย่างย่อ ๆ ว่า DPO (ดีพีโอ) กันมาบ้าง เพราะทั้งใน PDPA และ GDPR ซึ่งเป็นกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป ที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่แบบของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย ต่างมีบทบัญญัติที่กล่าวถึงความจำเป็นและบทบาทหน้าที่ของตำแหน่งงานนี้

GDPR กำหนดความรับผิดชอบขั้นต่ำสำหรับ DPO ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแล การดำเนินการตามกลยุทธ์การปกป้องข้อมูลการรับรองการปฏิบัติตาม GDPRและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

DPO ยังดูแลความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและนโยบายการปกป้องข้อมูลเพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินงานของนโยบายเหล่านั้นผ่านหน่วยขององค์กรทั้งหมดและตรวจสอบให้แน่ใจว่าองค์กรประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล (พนักงานลูกค้าและบุคคลอื่น ๆ ) ด้วยวิธีที่สอดคล้องกัน

DPO ควรดำเนินการอย่างอิสระโดยได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการและสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อทำงานตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด

ดูวิดีโอสั้น ๆ ของเราเพื่อรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับบทบาทของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล:

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ Data Protection Officer เป็นตำแหน่งงานใหม่ที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเป็น “ผู้รับผิดชอบ” ให้แน่ใจว่าการประมวลผลข้อมูลขององค์กรดำเนินการอย่างสอดคล้องกับกฎหมายและราบรื่นมากที่สุด และมีหน้าที่ (ตาม PDPA มาตรา 42 และเอกสารประกอบอื่น) ดังต่อไปนี้

  • ให้คำแนะนำแก่ผู้ควบคุมข้อมูล/ผู้ประมวลผลข้อมูล และบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ตลอดจนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับอื่น
  • ดูแลการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กรและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และนโยบายคุ้มครองข้อมูลขององค์กร รวมถึงจัดการกิจกรรมคุ้มครองข้อมูลภายในองค์กร เช่น การสร้างความตระหนักถึงประเด็นและกระบวนการคุ้มครองข้อมูล การฝึกอบรมบุคลากร การประเมินความเสี่ยงของข้อมูล การตรวจสอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายในองค์กร และการรับมือกับคำร้องด้านการประมวลผลข้อมูลจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือหน่วยงานที่มีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นต้น
  • ประสานงานและร่วมมือกับสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง) ในกรณีที่มีปัญหาในการประมวลผลข้อมูล
  • บันทึกและเก็บรักษารายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลขององค์กร
  • รักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลจากการปฏิบัติหน้าที่

ภารกิจของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล (dpo) ตาม GDPR มาตรา 39

แน่นอนว่าบทบาทของ DPO มีอะไรมากกว่าความรับผิดชอบที่ระบุไว้ในมาตรา 39 เราได้ระบุหมายเลขไว้ด้านล่าง:

แจ้ง และ ให้คำแนะนำบริษัท (ควบคุมข้อมูลหรือประมวลผลข้อมูล ) และพนักงานวิธีการที่จะ GDPR ตามมาตรฐานและวิธีการเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลอื่น ๆ
จัดการ นโยบายภายใน และให้แน่ใจว่า บริษัท มีดังต่อไปนี้พวกเขาผ่านการ
ยก ความตระหนัก และให้ การฝึกอบรมพนักงาน สำหรับพนักงานใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับกิจกรรมการประมวลผล
ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการประเมินผลกระทบการปกป้องข้อมูลและติดตามผลการดำเนินงาน
ให้ คำแนะนำ และ ข้อเสนอแนะ แก่ บริษัท เกี่ยวกับการตีความหรือการประยุกต์ใช้กฎการปกป้องข้อมูล
จัดการ ข้อร้องเรียน หรือการร้องขอจากสถาบันผู้ควบคุมข้อมูลเจ้าของข้อมูลหรือแนะนำการปรับปรุงตามความคิดริเริ่มของตนเอง
รายงาน ความล้มเหลวในการปฏิบัติตาม GDPR หรือกฎการปกป้องข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ตรวจสอบการ ปฏิบัติตาม GDPR หรือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลอื่น ๆ
ระบุ และ ประเมิน กิจกรรมการประมวลผลข้อมูลของ บริษัท
ร่วมมือ กับหน่วยงานกำกับดูแล
รักษาบันทึกการดำเนินการประมวลผล

DPO ไม่รับผิดชอบเป็นการส่วนตัวสำหรับการปฏิบัติตาม GDPR ขององค์กร แต่เป็นผู้ควบคุมหรือผู้ประมวลผลที่ต้องแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนด คอนโทรลเลอร์หรือโปรเซสเซอร์มีหน้าที่ต้องจัดหาเครื่องมือทรัพยากรและบุคลากรที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อให้ DPO Data Protection Officer สามารถทำงานได้

คุณสมบัติของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล
เมื่อแต่งตั้ง อ.ส.ค. คุณสมบัติที่คุณจะต้องการที่จะเข้าบัญชีผู้สมัครจะเป็นความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ , คุณภาพระดับมืออาชีพและความสามารถในการดำเนินบทบาทของ อ.ส.ค.

GDPR มาตรา 37 (5) – การกำหนดเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลโดยทั่วไป DPO เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอที (ความปลอดภัย)หรือผู้เชี่ยวชาญที่มีพื้นฐานทางกฎหมายแต่นี่ไม่ใช่กฎ อ.ส.ค. ยังควรจะเป็นคนที่มีความคุ้นเคยกับธุรกิจและงานประจำวันที่ปฏิบัติองค์กรที่มีความสำคัญกับกิจกรรมการประมวลผลข้อมูล

GDPR ไม่ได้ระบุคุณสมบัติที่แน่นอนสำหรับเจ้าหน้าที่การป้องกันข้อมูลและไม่มีใบรับรองอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามมีบางองค์กรที่ให้การฝึกอบรมและการศึกษาเช่นInternational Association of Privacy ProfessionalsหรือIAPPที่ถือว่ามีคุณค่าในชุมชนการปกป้องข้อมูล เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล

เราสามารถคาดหวังว่าสหภาพยุโรปจะสร้างมาตรฐานและการรับรองที่จะจัดให้มีการฝึกอบรมโปรแกรมและการสอบที่จะให้ระดับความเชี่ยวชาญที่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของ DPO

ศิลปะ. 39 GDPR ภารกิจของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล

ผู้ควบคุมและตัวประมวลผลมีหน้าที่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า DPO มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมและทันท่วงทีในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
คอนโทรลเลอร์และโปรเซสเซอร์จะสนับสนุน DPO ในการปฏิบัติงานโดยจัดหาทรัพยากรการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการดำเนินการประมวลผลและเพื่อรักษาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญของตน
ผู้ควบคุมและตัวประมวลผลจะไม่สั่ง DPO เกี่ยวกับวิธีดำเนินงานของตนพวกเขาไม่สามารถไล่ออกหรือลงโทษ DPO ได้
DPO รายงานโดยตรงไปยังระดับการจัดการสูงสุดเจ้าของ
ข้อมูลสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเขาและการใช้สิทธิ์ภายใต้กฎระเบียบ
DPO ถูกผูกมัดโดยการรักษาความลับหรือการรักษาความลับที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน
DPO สามารถปฏิบัติตามภารกิจและหน้าที่อื่น ๆ ได้ตราบเท่าที่ไม่ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์

คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ในรายงานเกี่ยวกับสถานะของผู้นำการป้องกันข้อมูล

ข้อกำหนด DPO และรายละเอียดงาน
ข้อกำหนด DPO อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานการณ์เฉพาะของอุตสาหกรรมสถานที่ทำงานและสภาพแวดล้อม คุณควรเลือกใช้มืออาชีพที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในกฎหมายคุ้มครองข้อมูลในระดับหนึ่ง การทำความเข้าใจวิธีการดำเนินธุรกิจของคุณสามารถช่วยได้อย่างมาก

อย่างไรก็ตามเราพบว่าข้อกำหนดเหล่านี้เป็นสิ่งที่พบบ่อยที่สุด:

ความเป็นมาและความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายการปฏิบัติตามข้อมูลการตรวจสอบหรือความปลอดภัยด้านไอทีความ
รู้เกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลโดยเฉพาะ GDPR และกฎหมายระดับประเทศ
ประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบและการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลที่มี
ประสบการณ์ในการใช้งานกฎหมายความเป็นส่วนตัวในการปฏิบัติงาน
คุ้นเคยกับคอมพิวเตอร์ ระบบรักษาความปลอดภัย
ประสบการณ์ในการจัดการการละเมิดข้อมูล
ประสบการณ์ในการร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลทุกประเภทการ
ทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมที่ธุรกิจดำเนินการและความเสี่ยงด้านการปกป้องข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ประสบการณ์ในการดำเนินการการประเมินผลกระทบการปกป้องข้อมูลการ
ทำความเข้าใจข้อกำหนด GDPR
ค้นหาข้อกำหนด DPO ในประเทศของคุณคืออะไร

คำแนะนำสำหรับ DPO ที่ประสบความสำเร็จ – การสร้างการสนับสนุนสำหรับโปรแกรมความเป็นส่วนตัวของคุณ
DPO ต้องการเครื่องมือใด
หากไม่มีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพก็ไม่น่าเป็นไปได้อย่างมาก (หรือเราควรพูดว่าเป็นไปไม่ได้) ที่DPO จะเข้าใจและตรวจสอบกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลกำหนดการลบข้อมูลและการปฏิบัติตามสิทธิ์ของเจ้าของข้อมูล เรียนรู้ว่า ซอฟต์แวร์ DPO สามารถช่วยคุณได้อย่างไร

เป็นความรับผิดชอบของ บริษัท ในการตรวจสอบให้แน่ใจว่า DPO สามารถทำงานของเธอหรืองานของเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

THAI-PDPA ให้คำปรึกษาและบริการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.ฯ แบบครบวงจร

เพื่อให้องค์กรและบริษัท ทั้งภาครัฐและเอกชน จัดเตรียมบุคลากร กระบวนการ และเครื่องมือในการดำเนินการสอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

แม้ว่ากฎหมายอาจจะยังไม่ได้ประกาศใช้ในขณะนี้ แต่เราเปิดให้คำปรึกษาและบริการปกป้องข้อมูลตาม พ.ร.บ.ฯ แบบครบวงจร เพราะควรเตรียมพร้อมในกระบวนการ การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปอย่างถูกต้องและสอดคล้องกับ กฎหมายใหม่อีกจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการในเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2564 เพื่อสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของสมาชิกในองค์กรและการจัดการข้อมูลของฝ่ายบริหารในองค์กรของคุณ

สำหรับองค์กรที่ต้องการ Document and Content Management Solution ที่สมบูรณ์แบบ พร้อม Professional Services ที่มีประสบการณ์ Implement Alfresco มามากกว่า 100 โครงการณ์ สามารถติดขอคำปรึกษากับ K&O Systems

ทั้งนี้บริษัทเคแอนด์โอ จึงได้มุ่งเน้นการจัดการแก้ไขปัญหา จัดการเอกสาร ด้านเอกสารขององค์กรมาอย่างยาวนาน และ ให้ความสำคัญกับด้านงานเอกสาร ต่อลูกค้าเป็นอย่างดี จนถึงปัจจุบันก็ได้ความยอมรับจากองค์กร ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กมากมาย จึงใคร่ขออาสาดูและปัญหาด้านเอกสารให้กับองค์กรของท่านอย่างสุดความสามารถ เพราะเราเป็นหนึ่งในธุรกิจ ระบบจัดเก็บเอกสาร ที่ท่านไว้ใจได้

สนใจรับคำปรึกษาด้านวางระบบจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์  EDMS โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก K&O ที่มีประสบการณ์มากว่า 15 ปี รวมถึงซอฟต์แวร์ระดับโลก ติดต่อ 0 2 – 8 6 0 – 6 6 5 9

Related Articles