Chinese (Simplified)EnglishThai
Chinese (Simplified)EnglishThai

Chinese (Simplified)EnglishThai

หลักการที่ดีของ E-learning มีอะไรบ้าง? ถึงสามารถเรียนที่ไหนก็ได้!!!

คำว่า E-learning ย่อมาจาก Electronic learning ถ้าจะแปลอย่างตรงๆ ก็จะได้ความหมายว่า การเรียนที่ถ่ายทอดเนื้อหาผ่าน อุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ชนิดใดก็ได้ เช่น ดาวเทียม โทรทัศน์ โทรศัพท็ คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต แผ่นวีซีดี เป็นต้น 

แต่ในปัจจุบันความหมายของ E-learning ถูกเฉพาะเจาะจง ไว้มากกว่า ที่กล่าวข้างต้น ซึ่งจะมุ่งเน้น ไปที่การเรียนการสอนที่ ถ่ายทอดเนื้อ หาผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์สารสนเทศ ที่อาศัยเทคโนโลยีของเว็บ (Web Technology) มีการนําเนื้อหา สำหรับการสอน ไปเสนอในเว็บด้วยตัวหนังสือ รูปภาพ วีดิทัศน์ ผสมผสานกับภาพเคลื่อนไหวและเสียง เรียกได้ว่าเป็นเนื้อหามัลติมีเดีย และมีระบบบริหารการเรียน (Learning Management System / LMS) ที่ช่วยทําหน้าที่ จัดการบริหารการเรียนการสอน ที่เกิดขึ้น บนอินเตอร์เน็ตหรืออินทราเน็ต ในระบบนี้ มีโปรแกรมสําหรับ ช่วยผู้สอนทํางาน เช่น โปรแกรมสําหรับ จัดตารางเวลาการสอนและการสอบ จัดกลุ่มนักเรียน จัดตั้งห้องเรียน การลงทะเบียนเรียน การเช็คชื่อ การเข้าและออกจากระบบ สร้างการติดต่อสื่อสาร (Email, Chat room และ Web board) ระหว่างผู้สอน กับ ผู้เรียน และ ระหว่างผู้เรียนด้วยกันเอง รวมทั้งจัดทํา แบบทดสอบ เฉลย เก็บคะแนน และประเมินผล ที่พร้อมจะทํางานตลอด 24 ชั่วโมง

หลักการที่ดีของ E-learning มี 5 ข้อ ดังนี้

1. พร้อมให้บริการตลอดเวลา และใช้ได้ในทุกสถานที่ ที่เชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้ (Anywhere and anytime)

เนื่องจาก E-learning เป็นการสร้างแหล่งรวมข้อมูล ที่เป็นเนื้อหาการเรียนที่ถูกเก็บไว้ ในอินเตอร์เน็ต ดังนั้นผู้เรียนจึงเข้ามาศึกษาหา ความรู้ได้ในทุกเวลา ตามความสะดวกของแต่ละคนจากทุกสถานที่ ที่เชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยทั่วไป เนื้อหาจะถูกจัดเก็บไว้ให้ผู้เรียนเข้ามาดูได้

ตลอดเวลาบนหน้าเว็บเพจ (static web pages) แต้ในบางกรณีหาก ระบบการเรียนการสอน มีการจํากัดเวลาให้ผู้เรียนต้องสําเร็จการเรียนภายในเวลาที่กําหนด เช่น มีการใช้ VDO conference ช่วยในการเรียนการสอน หรือนัดอภิปรายกลุ่ม ก็จะต้องมีการตั้งสิทธิและกําหนดเวลาการเข้าเรียน อย่างไรก็ตาม เนื้อหาที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างการอภิปรายกลุ่ม ก็สามารถถูกบันทึกเก็บไว้ให้ผู้ที่ไม่สามารถเข้าร่วมอภิปรายกลุ่ม มาติดตามดูได้ คุณสมบัตินี้จึงเป็นลักษณะสําคัญของ E-learning ที่ส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Learner Centric ที่ผู้เรียนเข้ามาเรียนรู้ โดยความต้องการของตนเองได้ตลอดเวลา

2. สามารถนําเสนอเนื้อหาหลากหลายรูปแบบสู่ผู้เรียน (Multimedia content)

เนื่องจากเป็นระบบการเรียนการสอน ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์หลัก ประกอบกับความก้าวหน้าของการส่งข้อมูล มัลติมีเดีย ผ่านเครือข่ายคอมพวเตอร์ การนําส่งเนื้อหาในรูปแบบมัลติมีเดีย จึงกลายเป็นลักษณะสําคัญอีกประการหนึ่ง 

ซึ่งความสามารถนี้ เป็นสิ่งที่ควรจะถูกสนับสนุน ให้นํามาใช้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากงานวิจัยด้านสื่อการสอนคอมพิวเตอร์ หลายชิ้นรายงานว่า เนื้อหาที่นําเสนอในรูปแบบมัลติมีเดีย รวมถึง ตัวหนังสือ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว วีดิทัศน์ เสียง รวมทั้งการใช้สี สามารถช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาวิชาได้ดีขึ้น และเพิ่มความคงทนในการเรียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพเคลื่อนไหว ประกอบเสียง เป็นส่วนสําคัญ ที่สุดอันหนึ่งของเนื้อหามัลติมีเดีย ที่ทําให้ผู้เรียน เกิดความสนใจในเนื้อหา และเข้าใจได้ง่ายขึ้น ในปัจจุบันมีโปรแกรมสําหรับ สร้างภาพเคลื่อนไหว เช่น Macromedia Flash สามารถผลิตภาพเคลื่อนไหว อธิบายกลไก ที่เป็นใจความของเนื้อหาได้ดี ข้อสําคัญคือให้ไฟล์ภาพเคลื่อนไหวที่มีความจุน้อย เหมาะสมที่จะนํามาใช้เป็นเนื้อหาในการเรียนการสอน เพราะสามารถส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ได้สะดวก 

อย่างไรก็ตาม เนื้อหามัลติมีเดียบางชนิด เช่น วีดิทัศน์ ยังคงเป็นปัญหาสําหรับการนําส่งข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต สําหรับสถาบันการศึกษาที่ขาดอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และสําหรับผู้เรียนที่มีคอมพิวเตอร์ ที่ประมวลผลช้า เนื่องจากไฟล์ที่เป็นวีดิทัศน์จะมีความจุมาก กินพื้นที่ (Bandwidth) ในการส่งข้อมูลมากและใช้เวลา ในการแสดงผลมาก อาจทําให้เกิดการติดขัด ในการเรียน และรบกวนสมาธิผู้เรียนได้ ทําให้การเรียนไม่เกิดประสิทธิผล ดังนั้นจึงต้องระวังในการเลือกใช้สื่อมัลติมีเดียให้ดี จะต้องมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสื่อมัลติมีเดียที่เลือกใช้และสื่อก็ต้องเหมาะสมกับเนื้อหา

3. ไม่จําเป็นต้องให้เรียนตามลําดับ (Non linear courseware)

ประสิทธิภาพที่สําคัญอีกอย่างหนึ่ง คือการมี Hyperlink เป็นจุดเชื่อมโยงเนื้อหา แต่ละส่วนให้เชื่อมต่อกัน Hyperlink ส่วนใหญ่จะถูกแสดง ในรูปแบบของตัวหนังสือ ให้ผู้เรียนสามารถ เลือกกด Hyperlink ที่สนใจและเข้าไปเรียนเนื้อหา ในแต่ละส่วนที่ถูกจัดสรร ไว้ตามหมวดหมู่ คุณสมบัตินี้ทําให้ผู้สอน สามารถออกแบบ บทเรียนให้เป็นแบบ non linear ได้ หมายถึง บทเรียนที่ไม่จําเป็น ต้องเรียนเรียงตามลําดับ แต่เป็นบทเรียนที่ถูกออกแบบให้ข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกัน เชื่อมโยงถึงกัน เพื่ออํานวยความสะดวก ให้ผู้เรียนได้สืบค้น หารายละเอียดของสิ่งที่ตนต้องการเรียนรู้ ได้ลึกลงไปเรื่อยๆ โดยการกดข้อความที่ตนเองสนใจ ข้อได้เปรียบนี้ ช่วยให้ผู้สอนหรือผู้ออกแบบบทเรียน หลีกเลี่ยงบทเรียน ที่เป็นเชิงเส้นตรง (linear courseware) ที่กําหนดให้ผู้เรียน เรียนตามลําดับที่ผู้สอนต้องการจากเนื้อหาหนึ่ง ไปอีกเนื้อหาหนึ่ง ตามลําดับ การเชื่อมโยงข้อมูลนี้ เป็นการเพิ่มความยืดหยุ่น ให้กับบทเรียน (flexibility) เพื่อให้ใช้ได้กับวิธีการเรียนรู้ (learning style) ของแต่ละคน และยังเป็นการเรียนในลักษณะ Learner Centric อีกด้วย

4. เปิดโอกาสให้มีปฏิสัมพันธ์ (Interactivities)

ในการเรียนแบบปกติ ผู้เรียนกับผู้สอนจะมีปฏิสัมพันธ์กันโดยการพูดคุย ถามตอบ จัดกิจกรรมกลุ่ม และแสดงความคิดเห็น เป็นต้น ซึ่งการมีปฏิสัมพันธ์นี้ ถือเป็นการส่งเสริม การเรียนรู้ที่ดี ดังนั้นการเรียนการสอนแบบนี้ ได้เปิดโอกาส ให้มีกิจกรรมที่สร้าง การโต้ตอบกันในกลุ่ม ผู้เรียนและผู้สอน โดยใช้ความก้าวหน้า ของการติดต่อสื่อสาร ผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทําให้กลุ่มผู้เรียนและผู้สอน สามารถพูดคุยกัน ทางการพูด และพิมพ์ข้อความ และยังสามารถ เห็นกันโดยใช้กล้องวีดิทัศน์ ส่งสัญญาณภาพและเสียงอีกด้วย

5. มีปฏิกิริยาตอบสนองและรายงานผลของกิจกรรมต่างๆ (Immediate response)

คุณสมบัตินของการเรียนแบบออนไลน์ เปรียบเสมือนการมีเจ้าหน้าที่ คอยแจ้งบอกสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น 

  • หลังการทําแบบทดสอบ อาจมีการวัดผลหรือประเมินผล เฉลยคําตอบ เพื่อให้ผู้เรียนได้ รับทราบโดยทันที 
  • มีข้อความแจ้งให้ทราบขณะเครื่องคอมพิวเตอร์กําลังประมวลผล เพื่อให้ผู้เรียนไม่ต้องกังวลในขณะที่รอคอย 
  • มีคําแนะนําให้ผู้เรียนเลือกปฏิบัติตาม หรือมีคําเตือนในกรณีที่เกิดความผิดพลาด 
  • มีการยืนยันการกระทําต่างๆ เป็นต้น

Related Articles