Chinese (Simplified)EnglishThai
Chinese (Simplified)EnglishThai

Chinese (Simplified)EnglishThai

สร้าง App ให้เจ๋ง สู่ตลาด Mobile Application ได้ยังไง?

ในยุคเทคโนโลยีแบบนี้ การมี Application เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของธุรกิจ ในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า ให้ลูกค้ามีความสะดวกในการติดต่อ หรือใช้บริการกับธุรกิจมากขึ้น หลายคนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือทำงานผ่านทางอุปกรณ์ ต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือแท็ปเล็ตกันมากขึ้น และเราเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมจากเดินใช้บราวเซอร์ เริ่มหันไปใช้แอพพลิเคชั่นบนมือถือกันมากขึ้น จนตอนนี้เรามีแอพในมือถือมากมายนับล้าน ๆ แอพ หลายธุรกิจและหลายแบรนด์ ต่างเริ่มหันมามองถึงการพัฒนาและสร้างแอพของตัวเอง เพื่อเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงและสื่อสารกับลูกค้าแต่หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความคิดที่สร้างแอพของธุรกิจของคุณขึ้นมาอยู่ใน หัว แอดมินอยากให้คุณอ่านบทความนี้ให้จบก่อนน่ะคะ ก่อนลงมือสร้างคะ

 

Application แอพพลิเคชั่น คืออะไร ?

 

Application (แอพพลิเคชั่น) หรือที่ทุกคนเรียกกันสั้นๆ ว่า App (แอพ) มันคือ โปรแกรมที่อำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ที่ออกแบบมาสำหรับ Mobile (โมบาย) Tablet (แท็บเล็ต) หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ ที่เรารู้จักกัน ซึ่งในแต่ละระบบปฏิบัติการจะมีผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นขึ้นมามากมายเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ซึ่งจะมีให้ดาวน์โหลดทั้งฟรีและจ่ายเงิน ทั้งในด้านการศึกษา ด้านกรสื่อสารหรือแม้แต่ด้านความบันเทิงต่างๆ เป็นต้น

 

โมบายแอพฯ จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

 

  1. Native App (เนทีฟ แอพ) คือ Application ที่ถูกพัฒนามาด้วย Library (ไลบรารี่) หรือ SDK (เอส ดี เค) เครื่องมือที่เอาไว้สำหรับพัฒนาโปรแกรมหรือแอพพิเคชั่น ของ OS Mobile (โอ เอส โมบาย) นั้นๆโดยเฉพาะ อาทิ Android (แอนดรอยด์) ใช้ Android SDK (แอนดรอยด์ เอส ดี เค), IOS (ไอ โอ เอส) ใช้ Objective c (ออปเจคทีฟ ซี), Windows Phone (วินโดว์ โฟน) ใช้ C# (ซีฉาบ) เป็นต้น
  2. Hybrid Application (ไฮบริด แอพพลิเคชั่น) คือ Application ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ ที่ต้องการให้สามารถ รันบนระบบปฏิบัติการได้ทุก OS โดยใช้ Framework (เฟรมเวิร์ก) เข้าช่วย เพื่อให้สามารถทำงานได้ทุกระบบปฏิบัติการ
  3. Web Application (เว็บ แอพพลิเคชั่น) คือ Application ที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อเป็น Browser (บราวเซอร์) สำหรับการใช้งานเว็บเพจต่างๆ ซึ่งถูกปรับแต่งให้แสดงผลแต่ส่วนที่จำเป็น เพื่อเป็นการลดทรัพยากรในการประมวลผล ของตัวเครื่องสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต ทำให้โหลดหน้าเว็บไซต์ได้เร็วขึ้น อีกทั้งผู้ใช้งานยังสามารถใช้งานผ่าน อินเตอร์เน็ตและอินทราเน็ต ในความเร็วตํ่าได้

พอจะเห็นถึงความหมายและความแตกต่างในด้านการใช้งานของแอพและโปรแกรมแล้วหรือยังคะ แต่จะทำให้แอฟของคุณออกมาเจ๋งได้มากน้อยแค่ไหนก็ต้องมาดูกันคะ……

 

 

แอฟของคุณจะเจ๋งได้ คุณต้องรู้ตัว แอฟ ของตัวเองให้ดีซะก่อน ว่ามันคือแอฟอะไร ทำหน้าที่อะไร และอยากจะสื่อหรือให้ผู้ใช้งาน ใช้เพื่อทำอะไร “ถ้าเรารู้ตัวเราเองดีแล้ว จะรบกี่ครั้งก็ชนะ” น่ะคะ!!!

 

เหตุผลที่ธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณจะต้องพัฒนาแอพบนมือถือ

 

ตอนนี้หลายบริษัทในไทยและต่างประเทศ ต่างพากันเฮโล พากันพัฒนาแอพในมือถือขึ้นมากันมากมาย เพราะมีความเชื่อและเหตุผลที่หลากหลาย โดยจุดเด่นใหญ่ๆ ที่ธุรกิจต่างๆ นำมาใช้เป็นเหตุผลในการสร้างแอพของตัวเองขึ้นมากกัน ได้แก่

  1. จำนวนผู้ใช้มือถือ สมาร์ทโฟนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
  2. เป็นช่องที่เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและทันที
  3. บริการลูกค้าผ่านช่องทางใหม่ เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้ามากขึ้น
  4. เห็นชาวบ้านมีกัน เราต้องมีบ้าง เท่ห์ดี

แต่เท่าที่เห็นๆ มาส่วนใหญ่ เหตุผลส่วนใหญ่จะตกอยู่ที่ข้อ 4 กัน คือเห็นชาวบ้านทำกันเลยอยากทำบ้าง หรือทำเพื่อทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรหรือแบรนด์ออกมาดูดี และสาเหตุส่วนใหญ่ที่หลายคนทำแอพกันส่วนใหญ่เกิดจาก ผู้บริหารหรือฝ่ายการ ตลาดอยากให้มี ซึ่งทำให้มองข้าม ความต้องการของผู้ใช้ ว่าเค้าต้องการแอพ หรือบริการต่างๆผ่านมือถือจริงๆ หรือเปล่า

ปัจจุบัน เรามีแอพเกิดขึ้นมากมายนับล้านๆ แอพ และกว่า 60% ของคนทั่วไปจะโหลดแอพประมาณ 4-15 แอพต่อเดือน และส่วนใหญ่จะมีแอพประมาณ 20-30 แอพ แต่เค้าจะใช้แอพจริงๆ เป็นประจำแค่ 4-6 แอพต่อสัปดาห์เท่านั้น นั่นหมายความว่าจะมีหลายแอพมากที่ หลายคนโหลดมาแล้วเปิดเพียงครั้งเดียว และหลังจากนั้นก็ไม่เคยเปิดอีกเลย ทำให้มีแอพต่างๆ มากมายถูกใช้เม็ดเงินมากมายลงทุนพัฒนาไปหลายล้านบาท แต่อาจจะมีเพียงแค่คนมาใช้จริงๆ ไม่ถึง 10 คนต่อวัน (ผมนับจากคนใช้จริง ไม่ใช้ยอดดาวน์โหลดนะ) ดังนั้นการที่เราต้องศึกษาดูให้ดีก่อนการพัฒนาแอพขึ้นมาว่า จะมีคนใช้จริงๆ หรือไม่

 

กลยุทธ์ที่จะทำให้แอฟธุรกิจหรือแบรนด์คุณเจ๋งได้ คุณต้องดูอะไรบ้าง !! ตามมา….

 

1. ความต้องการของผู้ใช้บริการ

 

ต้องดูก่อนว่า ลูกค้าของเรามีโอกาสมากน้อยแค่ไหน ที่จะใช้แอพที่เราสร้างขึ้นมา ลองไปศึกษาดูสิว่า แอพที่เราจะพัฒนาขึ้นมา จะไปช่วยอะไรลูกค้าเราได้บ้าง (อันนี้แนะนำให้ทำการศึกษาความต้องการของลูกค้าจริงๆ ก่อนพัฒนา) และเรายังทราบได้อีกว่า เราควรจะพัฒนาแอพบนแพล็ทฟอร์มอะไร เช่น iOS หรือ Android ให้ดูความต้องการของลูกค้าเป็นที่ตั้ง อย่ามามั่วและโมเมเอาเองน่ะคะ

 

2. แอพคุณมีความจำเป็นที่ต้องใช้หรือไม่

 

บางครั้งลูกค้า คุณอาจจะมีความต้องการ ใช้แอพที่ไม่จริง หากคุณถามเค้า ๆ ก็อาจจะอยากบอกว่าอยากได้ แต่หากคุณถามลงไปลึกๆ คุณก็อาจจะพบว่า เค้าอาจจะไม่ได้มีความต้องการที่แท้จริง ในการใช้แอพของคุณ  ดังนั้นการศึกษาความต้องการและดูความจำเป็น คือสิ่งสำคัญที่สุดในการทำแอพขึ้นมา ต้องดูว่าบริการที่คุณจะพัฒนาขึ้นมาให้เค้าใช้มัน “จำเป็น” ต่อกลุ่มเป้าหมายของคุณหรือไม่

 

3. วัตถุประสงค์ของการพัฒนาแอพขึ้นมา

 

คุณต้องวิเคราะห์ ให้ชัดเจนว่าเป้าหมายของแอพ ที่จะพัฒนาขึ้นมา ทำเพื่ออะไร เช่น เพื่อเพิ่มช่องทางการให้บริการ, เป็นการเก็บมูลลูกค้า, เพิ่มช่องทางการขาย เป็นต้น และมีการวางเป้าหมาย (KPI) ที่วัดได้อย่างชัดเจน เช่น จำนวนคนดาวน์โหลด, จำนวนคนใช้งานแอพในแต่ละวัน (อันนี้สำคัญที่สุด) เพราะถือว่าเป็นสิ่งสะท้อน ว่ามีการใช้งานแอพจริงๆ เพราะหลายครั้งที่คนโหลดแอพไป แต่แทบไม่เคยเปิดมันอีกเลย

 

4. แพล็ทฟอร์มหรือพัฒนาบนระบบอะไรดี

 

หลายคนชอบถามว่า จะพัฒนาบนระบบอะไรดี แต่อย่างที่บอกไปตอนต้น คือพัฒนาแอพอยู่บนระบบมือถือที่ลูกค้าคุณใช้มากที่สุด (คุณต้องหาให้เจอ) แต่หากคุณไม่จำเป็นต้องการ ความสามารถหรูหรา อลังการงานสร้างมากนัก เราแนะนำให้พัฒนาเป็น “เว็บรูปแบบมือถือ (Mobile Version)” แล้วให้ลูกค้าคุณดาวน์โหลดไอคอนไปแทน และเมื่อเค้าคลิกที่ไอคอน มันจะวิ่งมาที่หน้าของ “เว็บรูปแบบมือถือ” ซึ่งไม่ว่าจะเป็นมือถือ ระบบปฏิบัติการอะไรก็แล้วแต่ เช่น iOS, Android, Blackberry หรือ Nokia รุ่น 10 ปีก่อน ก็จะรองรับ

 

ดังนั้นก่อนจะพัฒนาแอพในมือถือ ให้กับธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณ คุณต้องดูข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้ให้ครบถ้วนซะก่อน ที่จะตัดสินใจพัฒนาแอพอะไรขึ้นมาตามใจ หรือตามความอยาก ของผู้บริหารหรือฝ่ายการตลาดเท่านั้น “ความต้องการจริงของลูกค้า” จะเป็นตัวกำหนดหลักว่า ธุรกิจคุณควรจะพัฒนาแอพในมือถือหรือไม่ เพราะ หากทำออกมาแล้วไม่มีคนใช้ สู้เสียว่าอย่าไปเสียเงิน เสียเวลา ไปทำมันเลยน่ะคะ มันน่าเสียดายทรัพยากรที่เราต้องสูญเสียไป เดียวจะหาว่าแอดมินไม่เตือน…. ถ้าคุณรู้เช่นนี้แล้ว ธุรกิจหรือแบรนด์ที่คุณตั้งใจจะทำแอฟขึ้นมา ยังไงก็ต้องเจ๋งที่สุด เพราะ “ถ้าเรารู้ตัวเราเองดีแล้ว จะรบกี่ครั้งก็ชนะ” 

 

 

ตัวอย่างขั้นตอนการสร้างแอฟได้ง่ายๆด้วยมือเราก็มีน่ะ “คลิกสิ”

Related Articles