Chinese (Simplified)EnglishThai
Chinese (Simplified)EnglishThai

Chinese (Simplified)EnglishThai

เมื่อ Content curator สร้างมูลค่าให้ Digital Marketing ได้อย่างมหาศาล

การทำ Content Curation

การทำ Content curator ใน ปัจจุบันถือเป็นปัจจัยหลักและมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในวงการ Digital Marketing ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในการทำการสื่อสารทางการตลาด เพราะเป็นเครื่องมือที่ดีที่เข้าถึง Consumer ได้ดีกว่าแบบเดิม ซึ่งทำให้ Content Marketing นั้นสามารถเชื่อมกรอบของแบรนด์และความต้องการของผู้บริโภคได้

social media marketing

การทำ Digital Marketing ด้วย Content curator เป็นเรื่องสำคัญที่ขาดไม่ได้เพราะทุกๆคนนั้นแทบจะเข้าไปอยู่ในดิจิตอลกันหมดแล้ว แถบเครื่องมือหรือสื่อดิจิตอลต่างๆไม่ว่าจะเป็น Social Media หรือเว็บไซต์ต่างก็ให้ความสนใจกับผู้บริโภค ทำให้นักการตลาดในยุคนี้ต่างต้องมีเทคนิคในการจัดการ Content เพื่อดึงความสนใจของผู้บริโภคเอาไว้ และด้วยความที่ดิจิตอลนั้น สามารถเข้าไปหาผู้บริโภคได้ง่าย ทำให้นักการตลาดต้องคิดหาทางให้ดีว่า จะสามารถสร้างแผนการตลาดที่จะเข้ามาใช้ออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและใช้กลยุทธ์ อย่างไรในการดึงผู้บริโภคให้มาสนใจแบรนด์มากขึ้น

content

Contentcurator นักจัดการเนื้อหา

นอกจากการจัดการข้อมูลดิจิทัลแบบครบวงจรแล้ว สิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือการจัดการเนื้อหาให้เป็นข้อมูลที่ดี และนำเสนอให้ดีได้ด้วย นักจัดการข้อมูลอาจต้องมีความเชี่ยวชาญในการสร้างเนื้อหา โดยจะทำหน้าที่คัดสรร คัดเลือก รวบรวม และนำเสนอข้อมูล ดังนั้น นักจัดการข้อมูลของศูนย์ฯ ต้องทำหน้าที่ในการแสวงหา คัดเลือก และรวบรวมข้อมูลและเผยแพร่ไปยังกลุ่มเป้าหมาย  ซึ่งวิธีการนำเสนอข้อมูลให้น่าสนใจนั้น นักจัดการเนื้อหาต้องมีความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสื่อสาร เพื่อสามารถเลือกเนื้อหาและช่องทางในการสื่อสารได้เหมาะสม อาจนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของฐานข้อมูลออนไลน์ เว็บไซต์ ยูทูป เป็นต้น

Content Marketing

Content Curator มีความสำคัญอย่างไร

1. Content Curator 

เป็นหัวใจสำคัญของการทำ Content Marketing และแบรนด์ที่ดีต้องสามารถบริหารและดูแลการทำ Content ของตัวเองให้ดีด้วยซึ่งหมายความว่าแบรนด์นอกจากการหา Content Social Media หรือเว็บไซต์ของตัวเองแล้วก็ต้องสามารถสร้าง Content ของตัวเองที่ให้องค์ความรู้ของตัวเองขึ้นมาได้ด้วยเพื่อที่จะทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าเนื้อหาแบบนี้จะสามารถหาได้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น

2. Customer Focus 

ในตอนเริ่มต้นทำ Digital Marketing นักการตลาดในตอนนั้นพยายามที่จะทำการตลาดโดยเอาแบรนด์เป็นใหญ่ ซึ่งทำให้ผู้บริโภคอยากจะเลือกรับสื่อ จึงทำให้นักการตลาดนั้นต้องปรับตัวอย่างมากที่จะเข้าใจว่าแท้จริงแล้ว Digital Marketing ผู้บริโภคเป็นใหญ่นั่นเอง และแบรนด์ต้องเข้าใจในการใช้ฐานข้อมูลของผู้บริโภคให้เป็นประโยชน์โดยการ โปรโมทแบรนด์ของคุณ ให้เข้าใจผู้บริโภค ซึ่งนี่เป็นเรื่องพื้นฐานในการสร้าง Content ที่สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและทำให้การตลาดดิจิตอลของคุณนั้นเยี่ยมยอดมากขึ้นอีกด้วย

Content & curator

3. Analytics

ด้วยความที่เป็นดิจิตอลนี่เอง ทำให้นักการตลาดนั้นสามารถเก็บข้อมูลเป็นสถิติเอาไว้ได้ การเก็บข้อมูลนี้ทำให้นักการตลาดสามารถหาประโยชน์หรือใช้ประโยชน์จากสิ่งนี่ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วยการฝึกฝน การหาข้อมูลต่างๆจากหน้า Analytics ของ Platform  จึงมีความสำคัญที่ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้

Content Marketing

Content Marketing ให้มองในมุมของลูกค้า เพราะการที่คนหนึ่งคนจะซื้อสิ้นค้าชิ้นหนึ่งเขาจะต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง กว่าจะตัดสินใจซื้อสินค้าของเรา กระบวนการนี้เรียกว่า Customer Journey ซึ่งจะมีหลักๆ อยู่ 4 อย่างคือ

1. Awareness คุณต้องทำเขารู้จักคุณก่อน ต่อมาทำให้เขาเห็นว่าทำไมลูกค้าถึงต้องเลือกคุณ

2. Research เมื่อรับรู้ แล้วลูกค้าเกิดความต้องการ สิ่งต่อมาที่ลูกค้าจะทำคือ การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า

3. Consideration พอได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว ลูกค้าก็จะทำการเปรียบเทียบ และพิจารณาว่าสินค้าแบบไหนที่เหมาะกับเขาที่สุด

4. Decision สุดท้ายตัดสินใจทำการสั่งซื้อ

ทั้งนี้การทำ Content curator ที่ดีไม่ใช่แค่การดูแลและเผยแพร่ทางช่องทางต่างๆ เท่านั้น เพราะผู้อ่านไม่ใช่แค่ค้นหาข้อมูลจากคุณเท่านั้น แต่เขายังแบ่งปันเนื้อหาและสนับสนุนในงานของคุณ เนื้อหาทุก Content จึงจำเป็นต้องสร้างสรรค์ เพื่อดึงดูด และตอบสนองต่อความต้องการของผู้อ่านอีกด้วย

วิธีการวางแผนเนื้อหาอย่างมีประสิทธิภาพ

1. กลยุทธการวิจัยตามฤดูกาล

นอกเหนือจากเรื่องวันหยุดประจำปีและแนวโน้มตามฤดูกาลที่ชัดเจนซึ่งคุณได้รับทราบอยู่แล้วจากประสบการณ์ของคุณ โดยมีสองวิธีที่มีประโยชน์มากสำหรับกลยุทธการวิจัยตามฤดูกาล

  • เช็คดูว่าเมื่อใดที่ความสนใจในแต่ละหัวข้อเริ่มต้นขึ้น (เวลาของเนื้อหาของคุณจนถึงจุดเริ่มต้นของการเพิ่มขึ้น)

  • สังเกตุและมองให้เห็นแนวโน้มที่ไม่ชัดเจน (ที่คุณไม่เคยนึกถึงก่อนหน้านี้)

ดังที่กล่าวไว้สำหรับคำหลักทุกคำที่คุณสามารถเลือกได้ในขั้นตอนที่ 1 นั้นควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เรียกใช้เครื่องมือสองอย่างต่อไปนี้

Google Trends

เครื่องมือนี้จะแสดงแนวโน้มความสนใจในช่วงเวลาหนึ่ง (คุณสามารถตรวจสอบประวัติแนวโน้มได้ตั้งแต่ปี 2004) ในภูมิภาคที่กำหนด (คุณสามารถจำกัดเฉพาะเมืองได้) และภายในส่วนการค้นหาที่เฉพาะเจาะจง (ข่าวการค้นหารูปภาพ ค้นหา Youtube, Google Shopping และค้นหาเว็บทั่วไป)

Ahrefs

อีกแพลตฟอร์ม SEO อเนกประสงค์ที่มีคุณสมบัติอันชาญฉลาดมากมาย โดยหนึ่งในรายงานที่ไม่เหมือนใครคือกราฟการกระจายแบบ “การคลิก” กราฟแสดงความสนใจรายเดือนในหัวข้อที่เฉพาะเจาะจง โดยพิจารณาจากจำนวนคลิกที่ได้รับผลการค้นหาของ Google สำหรับการค้นหาเป็นรายเดือน1

2. การวิจัยคำหลัก (Keyword)

การวางแผนเนื้อที่ดีหานั้นขึ้นอยู่กับกระบวนการวิจัยคำหลักเป็นหลัก โดยใช้ป้ายกำกับ (Tag) เพื่อระบุว่าจะใช้คำหลักใดหรือเนื้อหาประเภทใดที่จะกำหนดเป้าหมายไว้ โดยป้ายกำกับที่จะใช้ในสเปรดชีตของคุณควรจะมีดังนี้

  • ปริมาณการค้นหา (เพื่อให้คุณนึกถึงความต้องการ)

  • เจตนา (เกี่ยวกับความตั้งใจและวิธีการพิจารณา)

  • เนื้อหาเก่ากับเนื้อหาใหม่

  • ประเภทของเนื้อหาที่คุณจะสร้าง (หากคำหลักเกี่ยวข้องกับเนื้อหาใหม่)

  • การปรากฏตัวของรูปแบบที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจง

  • ความเชื่อมั่น (หากเป็นการค้นหาที่มีตราสินค้า)

หากคุณเป็นธุรกิจท้องถิ่นหรือมีสถานที่สำคัญบางแห่งที่คุณต้องการทำการตลาด คุณอาจเพิ่มคอลัมน์แยกต่างหากสำหรับที่ตั้ง ต่อไปนี้เป็นเครื่องมือที่จะช่วยในการวิจัยคำหลักในท้องถิ่น

3. ปฏิทิน

วิธีหนึ่งที่จะสร้างสรรค์การวางแผนเนื้อหาของคุณคือการสร้างเนื้อหาตามช่วงวันหยุดและเหตุการณ์ตามฤดูกาล ซึ่งวันหยุดบางวันอาจเกี่ยวข้องกับแบรนด์ของคุณมากกว่าวันหยุดอื่นๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมของคุณ หากคุณกำลังมองหาแนวคิดที่จะสร้างเนื้อหาในช่วงวันหยุดนี่เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง

  • ปฏิทินการรับรู้ : เลือกวันและสัปดาห์เพื่อฉลองในช่องทางโซเชียลมีเดียของคุณ

  • ปฏิทิน Hashtag สังคมออนไลน์ : รายการแฮชแท็กยอดนิยมสำหรับทุกสัปดาห์ (ซึ่งสามารถนำมาใช้ซ้ำได้ในแต่ละปี)

  • ปฏิทิน Animatron Social Media : อันนี้ให้คุณสร้างวิดีโอโซเชียลมีเดียสำหรับแต่ละวันในปฏิทิน

4. การทำงานร่วมกันกับการวางแผนเนื้อหา

ส่วนใหญ่ของกลยุทธ์การตลาดเนื้อหาที่มีประสิทธิภาพ คือการสร้างระบบและเวิร์กโฟลว์ที่ช่วยให้คุณฟังลูกค้าสมาชิกในทีมและผู้อ่านของคุณ โดยแนวคิดเนื้อหาที่ดีที่สุดนั้นก็มาจากการทำงานร่วมกัน ซึ่งการรับฟังการสนับสนุนลูกค้าและ/หรือทีมขายของคุณเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจการต่อสู้ของลูกค้าและพูดคุยกับพวกเขาในเนื้อหาของคุณ จากนั้นจึงนำระบบ CRM เข้ามาใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น Salesmate เพราะสามารถรวมเข้ากับหลายๆ แอพฯ ได้ รวมถึง WordPress และ Google Chrome

ขอบคุณรูปภาพสวยจาก freepik.com

Business Content Platform

Related Articles