Chinese (Simplified)EnglishThai

Chinese (Simplified)EnglishThai

Chinese (Simplified)EnglishThai

บทความ การซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ สัญญาด้านคอมพิวเตอร์ และ หนังสือสัญญา

รู้จัก PDPA

บทความ การซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ สัญญาด้านคอมพิวเตอร์ และ หนังสือสัญญา ต่างๆ

การซื้อขาย

การซื้อขาย หมายถึง การแลกเปลี่ยนระหว่างทรัพย์สินกับเงินตรา ฝ่ายหนึ่งมีทรัพย์สินอีกฝ่ายหนึ่งมีเงินตรา เมื่อนำมาแลกเปลี่ยนกันจึงเดการซื้อขายขึ้น ถ้าหากการซื้อขายเป็นการแลกเปลี่นทรัพย์สินทั้งคู่ไม่เรีนกว่าการซื้อขายแต่เรียกว่าการ “แลกเปลี่ยน” ซึ่งถือเป็นสัญญาอีกประเภทหนึ่งแตกต่างไปจากสัญญาซื้อขาย ประมวลกฏหมายแพงและพานิชย์บัญญัติ ไว้ว่า “อันว่าการซื้อขายนั้นคือ สัญญาที่บุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้บุคคลอีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่า ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะจ่ายราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย”
ลักษณะสำคัญของสัญญาซื้อขาย
สัญญาซื้อขายมีลักษณะสำคัญดังนี้
1.เป็นสัญญาที่เกิดจากบุคคล 2 ฝ่ายค้อ ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ซื้อ อีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ขาย วัตถุประสงค์ชอบด้วยกฏหมาย คำเสนอซื้อและขายตรงกัน
2.เป็นสัญญาต่างตอบแทน หมายถึง ผู้ซื้อและผู้ขายต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน ผู้ขายตอบแทนผู้ซื้อโดยโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ให้ ผู้ซื้อตแบแทนผู้ขายโดยชำระเงินให้
3.ไม่มีแบบแห่งสัญญา คือเป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ชนิดธรรมดา จะสมบูรรณ์เมื่อมีการตกลงซื้อขายกันเว้นแต่การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษนั้น จะสมบูรณ์ต้องมีแบบแห่งสัญญา คือทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

การเช่าซื้อ

เช่าซื้อ   คืออะไร  เช่าซื้อ เป็นเอกเทศสัญญาที่นิยมทำกันแพร่หลายในสังคมปัจจุบัน เนื่องจากผู้มี รายได้น้อยไม่สามารถซื้อสินค้าที่มีราคาสูง โดยวิธีการซื้อขายธรรมดา จึงหันมาทำ สัญญาเช่าซื้อ โดยผู้เช่าซื้อสามารถผ่อนชำระราคาได้ในระยะเวลานาน โดยผู้เช่าซื้อ ผ่อนชำระเป็นงวด ๆจ นครบกำหนดตามสัญญาผู้เช่าซื้อก็จะได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน นั้นไป แต่มีข้อเสียคือผู้เช่าซื้อจะต้องซื้อสินค้า ดังกล่าวในราคาที่สูงกว่าต้นทุนเนื่องจาก ผู้ให้เช่าซื้อได้คิดดอกเบี้ยรวมเข้าไปกับต้นทุนการผลิต และการคิดดอกเบี้ยก็คิดโดยเอา ระยะเวลาที่ตกลงผ่อนชำระเป็นตัวคูณ แล้วนำไปรวมกับราคาขายเป็นราคาทรัพย์ที่ ตกลงเช่าซื้อกัน การผ่อนชำระเอาจำนวนงวดเป็นตัวหารจากหลักการคิดดังกล่าว ผู้เช่า ซื้อย่อมเสียเปรียบ เพราะแม้ผ่อนชำระราคาไปแล้ว ก็มิได้มีการลดดอกเบี้ยของต้นทุนที่ ลดจำนวนลงไป

สัญญาเช่าซื้อ คือ สัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะ
ขายทรัพย์สินนั้น หรือจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่ผู้เช่า โดยมีเงื่อนไขว่า
ผู้เช่าจะต้องใช้เงินเป็นงวด ๆ

 แบบของสัญญาเช่าซื้อ
สัญญาเช่าซื้อ ต้องทำเป็นหนังสือ คู่สัญญาทั้งสองฝ่าย คือ ผู้ให้เช่าซื้อและผู้เช่า ซื้อ ต้องลงลายมือชื่อในสัญญา หากมิได้ทำเป็นหนังสือ หรือคู่สัญญาลงชื่อเพียงฝ่าย เดียว สัญญาจะตกเป็นโมฆะใช้บังคับไม่ได้ ไม่มีผลผูกพันคู่สัญญา

ผู้เช่าซื้อมีสิทธิแล ะหน้าที่อย่างไร
ผู้เช่าซื้อมีสิทธิจะบอกเลิกสัญญาในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ ด้วยการส่งมอบทรัพย์ สินที่เช่าซื้อกลับ คืนให้แก่เจ้าของ (ผู้ให้เช่า) โดยเสียค่าใช้จ่าย

 เจ้าของทรัพย ์ (ผู้ให้เช่าซื้อ)มีสิทธิและหน้าที่อย่างไร
เจ้าของทรัพย์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้ในกรณีดังต่อไปนี้ คือ

1. ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ใช้เงินค่าเช่าซื้อสองคราวติด ๆ กันเจ้าของทรัพย์ สินมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้ เมื่อเจ้าของทรัพย์ผู้ให้เช่าซื้อใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา เพราะผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระเงินสองคราวติดกันแล้ว เจ้าของทรัพย์มีสิทธิดังต่อไปนี้
คือ
(1) ริบเงินที่ผู้เช่าซื้อได้ใช้มาแล้วก่อนบอกเลิกสัญญาได้ และ
(2) เจ้าของทรัพย์มีสิทธิกลับเข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นได้

2. ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อกระทำผิดสัญญาในข้อที่สำคัญ เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิ บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้เมื่อเจ้าของทรัพย์สิน(ผู้ให้เช่าซื้อ) ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเช่า ซื้อเพราะเหตุที่ผู้เช่าซื้อกระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญแล้ว ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิ ดังนี้ คือ
(1) ริบเงินที่ผู้เช่าซื้อได้ชำระค่าเช่าซื้อมาแล้วก่อนบอกเลิกสัญญาได้ และ
(2) เจ้าของทรัพย์มีสิทธิกลับเข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นได้ เจ้าของทรัพย์ มีหน้าที่อย่างไร เจ้าของทรัพย์มีหน้าที่ต้องไปเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนสิทธิใน ทรัพย์สินให้แก่ผู้เช่าซื้อในกรณีที่ผู้เช่าซื้อได้ชำระเงินค่าเช่าซื้อจนครบถ้วนแล้ว

ความหมายของการกู้ยืมเงิน

การกู้ยืมเงิน คือ สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า “ผู้กู้” ี่ได้กำหนดไว้จากบุคคลอีก คนหนึ่งเรียกว่า “ผู้ให้กู้” เพื่อผู้กู้จะได้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้สอยตามที่ประสงค์และ ผู้กู้ตกลงว่าจะคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้กู้ให้กู้ตามเวลาที่กำหนดไว้ โดยผู้กู้ยินยอมเสีย ดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้ตามอัตราที่ตกลงกันไว้เป็นการตอบแทน

หลักฐานในการกู้ยืมเงิน
การกู้ยืมเงินเกินกว่า 50 บาทจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือที่แสดงข้อความว่าได้ มีการกู้เงินกันจริงโดยต้องมีลายมือชื่อของผู้กู้เป็นสำคัญ หากผู้กู้ไม่สามารถเขียนหนังสือ ได้ก็ต้องมีลายนิ้วมือของผู้กู้ประทับในหนังสือดังกล่าว โดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรอง ลายพิมพ์นิ้วมือของผู้กู้อย่างน้อย 2 คน หากไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือดังกล่าวแล้ว ผู้ให้กู้ จะฟ้องร้องต่อศาลให้บังคับให้ผู้กู้ชำระเงินตามสัญญาไม่ได้

อัตราดอกเบี้ย
การกู้ยืมเงินนั้นกฎหมายได้กำหนดไว้ว่า ผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยจากผู้กู้ได้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี หรือในอัตราร้อยละ1.25 ต่อเดือน หากผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราดอกเบี้ย ดังกล่าวแล้ว ผลก็คือดอกเบี้ยตกเป็นโมฆะทั้งหมด ผู้ให้กู้คงเรียกให้ผู้กู้ชำระเงินต้นคืน ให้แก่ตนได้เท่านั้น และผู้ให้ยังต้องติดคุกเพราะมีความผิดทางอาญาฐานเรียกดอกเบี้ยเกิน อัตรา อาจถูกจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้กู้ยืมเงิน
1. จะต้องไม่เซ็นชื่อลงในกระดาษเปล่าให้แก่ผู้ให้กู้โดยเด็ดขาด
2. จำนวนเงินในช่องว่างในสัญญากู้ยืมเงินนั้น จะต้องลงจำนวนเงินที่กู้กันจริง ๆ เท่านั้น และต้องเขียนจำนวนเงินที่กู้กันนั้นเป็นตัวหนังสือกำกับตัวเลขจำนวนเงินดังกล่าว ด้วยเสมอ เพื่อป้องกันมิให้ผู้ให้กู้เติมตัวเลข
3. หนังสือสัญญากู้จะต้องทำขึ้นอย่างน้อย 2 ฉบับ โดยผู้ให้กู้ถือไว้ฉบับหนึ่งและ ผู้กู้ถือไว้อีกฉบับหนึ่ง
4. ผู้กู้จะต้องนับเงินที่ตนกู้ให้เท่ากับจำนวน ที่ตนได้กู้ไปตามสัญญาให้ครบถ้วน เสมอ หากมิฉะนั้นแล้วก็จะเป็นปัญหากล่าวคือ หากได้เงินไม่ครบแต่ผู้กู้ได้ลงลายมือชื่อใน สัญญาให้แก่ผู้ให้กู้แล้ว ผู้ให้กู้อาจโกงผู้กู้ในภายหลังว่าได้มอบเงินให้แก่ผู้กู้ไปจนครบถ้วน แล้ว
5. พยานในสัญญากู้ยืมเงินนั้น ผู้กู้ควรให้พยานฝ่ายของตนร่วมลงลายมือชื่อใน สัญญากู้อย่างน้อย 1 คนด้วย

ข้อควรปฏิบัติของผู้กู้ในการจะชำระเงินคืนแก่ผู้ให้กู้
1. ต้องเรียก ใบรับเงินชำระหนี้ทุกครั้งที่ชำระ โดยให้ผู้ให้กู้ (เจ้าหนี้)ทำหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้ให้กู้ ว่าได้รับเงินคืนเป็นจำนวนเท่าใด หรือได้รับคืนครบถ้วนแล้ว
2. กรณีที่ผู้กู้ได้ชำระเงินคืนให้แก่ผู้ให้กู้จนครบถ้วนแล้ว ผู้กู้จะต้องขอรับหนังสือ สัญญากู้ยืมเงินจากผู้ให้กู้มาทำลายเสีย
3. ในกรณีที่ผู้กู้ชำระเงินคืนเพียงบางส่วน นอกจากมีใบรับเงินแล้ว ผู้กู้จะต้องให้ ผู้ให้กู้บันทึกไว้เป็นหลักฐานในหนังสือสัญญากู้ว่า ได้มีการชำระเงินคืนไปแล้วเป็นจำนวน เท่าใด โดยผู้ให้กู้จะต้องลงลายมือชื่อกำกับไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งวันที่

อายุความในการฟ้องร้อง
เมื่อได้ทำสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าว หากจะต้องมีการฟ้องร้องต่อศาลให้ชำระเงิน คืนแล้ว เจ้าหนี้จะต้องฟ้องภายใน 10 ปี นับจากวันที่ถึงกำหนดชำระตามสัญญา ถ้าพ้น กำหนดนี้แล้ว คดีเป็นอันขาดอายุความ ผู้ให้กู้ (เจ้าหนี้) ไม่มีสิทธิจะฟ้องคดีต่อศาลได้

 

การขายฝาก คืออะไร

การขายฝาก คือ การซื้อขายอย่างหนึ่งซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกเป็นของผู้ซื้อ ฝากทันทีแต่มีข้อตกลงว่า ผู้ขายฝากอาจไถ่ทรัพย์คืนได้ภายในเวลาที่กำหนดทรัพย์สินใด ขายฝากได้บ้าง ทรัพย์สินทุกชนิดขายฝากได้ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน รถยนต์ เรือ นาฬิกา แต่การซื้อขายทรัพย์บางอย่างต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ บทความ การซื้อขาย

แบบของสัญญาขายฝาก
1. ถ้าเป็นการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ (ทรัพย์ที่เคลื่อนที่ไม่ได้) เช่น บ้าน หรือที่ ดิน หรือขายฝากเรือกำปั่น หรือเรือที่มีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป เรือกลไฟหรือเรือยนต์ที่มี ระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป เรือนแพที่คนอยู่อาศัย สัตว์พาหนะ เช่น ช้าง ม้า โค เป็นต้น
2. ถ้าเป็นการขายฝากสังหาริมทรัพย์ ที่มีราคา 500 บาทหรือเรียกว่า 500 บาท ขึ้นไป การขายฝากนี้จะต้องทำหลักฐานเป็นหนังสือ ให้ผู้ขายและผู้ซื้อลงชื่อไว้ในหนังสือ หรือต้องมีการวางมัดจำ หรือมีการชำระหนี้บางส่วนไปแล้ว มิฉะนั้นจะฟ้องร้องให้ศาล บังคับไม่ได้

 การไถ่ทรัพย์คืนหรือการซื้อกลับคืน
1. สินไถ่ คือ จำนวนเงินที่ผู้ขายฝากต้องนำมาชำระแก่ผู้รับซื้อฝาก เพื่อขอไถ่เอา ทรัพย์คืนซึ่งอาจจะตกลงไว้ในสัญญาขายฝากหรือไม่ได้ตกลงไว้ก็ได้ และสินไถ่จะต้องเป็น เงินเสมอและไถ่ถอนกันด้วยทรัพย์สินอย่างอื่นไม่ได้

2. ระยะเวลาการไถ่คืนทรัพย์สินที่ขายฝาก
2.1 การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ ต้องกำหนดไถ่ถอนกันภายในเวลาไม่เกิน 10 ปี
2.2 การขายฝากสังหาริมทรัพย์ ต้องกำหนดไถ่ถอนกันภายในเวลาไม่เกิน 3 ปี

3. การไถ่ทรัพย์คืนมีข้อพิจารณาดังนี้
3.1 ต้องไถ่ภายในกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ จะไถ่เมื่อเกินกำหนดแล้วไม่ได้ และกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้ซื้อฝากอย่างเด็ดขาด ผู้ขายฝากหมดสิทธิไถ่
3.2 ขยายกำหนดเวลาไถ่ทรัพย์คืนสามารถทำได้ ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้รับไถ่

4. บุคคลที่มีสิทธิไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากคืนได้
4.1 ผู้ขายฝากหรือทายาทของผู้ขายฝาก
4.2 ผู้รับโอนสิทธิการไถ่ทรัพย์สินคืน
4.3 บุคคลซึ่งในสัญญายอมไว้โดยเฉพาะว่าให้เป็นผู้ไถ่ได้

5. บุคคลที่มีสิทธิให้ไถ่คืนได้
5.1 ผู้รับซื้อฝากหรือถ้าหากผู้รับซื้อฝากตายก่อนครบกำหนดเวลาไถ่ ผู้ขาย ฝาก ต้องไปขอไถ่จากทายาทของผู้รับฝาก
5.2 ผู้รับโอนทรัพย์สินที่ขายฝากนั้น จากผู้ซื้อฝากเดิมดอกผลของทรัพย์สิน ที่ขายฝากที่เกิดขึ้นในระหว่างการขายฝากดอกผลของทรัพย์สินที่ขายฝากซึ่งเกิดขึ้นใน ระหว่างการขายฝากย่อมตกเป็นของผู้ซื้อฝาก ค่าธรรมเนียมตอนทำสัญญาขายฝาก ผู้ซื้อฝากเป็นผู้ออกค่าธรรมเนียม

ท่านสามารถดาวน์โหลด หนังสือสัญญาการเช่าซื้อต่างๆได้ตามลิ้งต่อไปนี้ได้เลยครับ K&O

1.สัญญาซื้อขายและอนุญาตให้ใช้สิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์

2.สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

3.สัญญาซื้อขายรถยนต์

4.สัญญาซื้อขายคอมพิวเตอร์

5.สัญญาซื้อขายแบบสัญญาซื้อขายทั่วไป

6.สัญญาซื้อขายห้องชุด

7.หนังสือซื้อขายทรัพย์สิน

8.สัญญาขายฝาก

Related Articles