Chinese (Simplified)EnglishThai
Chinese (Simplified)EnglishThai

Chinese (Simplified)EnglishThai

ดูแล Faceboook ยังไงไม่ให้ร้างและทำให้ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับเรามากขึ้น

ทำ facebook ให้น่าสนใจ

ทำ Faceboook ให้น่าสนใจ หลายๆท่านอาจเคยประสบปัญหาที่ว่า ทำไมเวลาโพสต์อะไรบน Facebook แล้ว ไม่ค่อยมีคนเห็น ไม่ค่อยมีคนมาถูกใจ หรือไม่มีคนแชร์ ทำให้เพจที่เราตั้งใจสร้างขึ้นมากับมือ กลับกลายเป็นเพจร้างในที่สุด หรือหลายๆท่านที่เคยโฆษณาโปรโมทเพจต่างๆนาๆ ลงเงินไปไม่น้อย แต่กลับได้มาเพียงยอดไลค์เพียงน้อยนิดเท่านั้น แล้วก็ไม่มีปฏิสัมพันธ์ร่วมเลย ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้อาจส่งผลให้เรานั้นไม่อยากที่จะทำการตลาดผ่านเฟสบุ๊คหรือบางคนอาจหมดกำลังใจไปเลยก็ได้ ซึ่งเดี๋ยวแอดมินจะขออธิบายแบบเป็นขั้นตอนตามนี้ครับ

เชื่อไหมครับว่า เวลาที่เราโพสต์บน Facebook ส่วนตัว หรือ Fan Page ต่อให้มีคนกด Like เพจของเราเป็นหมื่นคน ก็ไม่ได้หมายความว่า คนที่มากดไลค์เพจเราเหล่านั้น เขาจะเห็นโพต์ของเราทุกคนนะครับ จึงอาจทำให้เกิดข้อสงสัยว่า โพสต์ของเรานั้นได้ถูกนำไปแสดงหรือเปล่า? โพสต์ของเราจะไม่ถูกแสดงในกระดานข่าวของเพื่อนๆ หรือแฟนๆ เลยเหรอ?

คำตอบคือ ใช่แล้วครับ มันไม่ได้ถูกแสดงเลย เหตุผลเพราะในแต่ละวันข้อมูลข่าวสารมันเยอะเมาก Facebook จึงจำเป็นต้องเลือกว่าจะให้โพสต์ไหนของใครไปแสดงที่ใครบ้าง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับ “คะแนน” ที่ Facebook มีให้กับเรา โดยเรียกกันว่า “Edgerank” ครับ

เพราะถ้าตัว Edgerank ของโพสต์ของเรานั้นสูง โพสต์ของเราก็มีโอกาสที่จะถูกนำไปแสดงในกระดานข่าวของเพื่อนๆ หรือแฟนเพจ มากขึ้นครับ และบางทีก็แสดงหลายครั้งด้วย แสดงโดยแสดงอยู่อันดับบนๆด้วยซ้ำ ดังนั้น เราจึงควรมาโฟกัสในส่วนของ (Edgerank) กันให้มากขึ้นและต้องศึกษาว่าทำอย่างไร โพสต์ของเราจะมี Edgerank ที่สูงๆได้

 

ให้บริการสแกนเอกสาร บริการระบบจัดเก็บ ECM ที่ทันสมัยที่สุด คลิ๊กได้เลยครับ

 

โดยคะแนนที่ได้จาก Edgerank จะเป็นคะแนน ต่อ 1 โพสซึ่งจะปรับเปลี่ยนค่าไปเรื่อยๆ

เพราะมันไม่ได้เป็นคะแนนของระดับ User หรือระดับ Page แต่เป็นระดับ Post หมายความว่า ทุกข้อความอย่างเช่น / รูปภาพ / คลิปวีดีโอ/ กิจกรรมทุกอย่างที่เราโพสต์ลงบน Facebook นั้น จะมีค่าคะแนน Edgerank ของตัวเองอยู่แล้ว และนอกจากนี้ ค่าคะแนนเหล่านี้ยังจะสามารถลดลงไปเรื่อยๆตามกาลเวลาอีกด้วย ซึ่ง Facebook ก็ได้วางกลยุทธ์ให้เราต้องโพสต์กันเรื่อยๆแบบไม่หยุด เพราะไม่งั้นโพสของเราเราจะถูกลืมในที่สุด

กรณที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ Edgerank นั้นจะคำนวณคะแนนผู้ที่มีส่วนร่วมกับเราด้วย เช่น พอเราโพสต์รูปขึ้นไป 1 รูป คะแนน Edgerank ของโพสต์นี้สำหรับเพื่อนเราคนที่ 1 (นาย A) จะได้ 20 คะแนน ในขณะเดียวกันเพื่อนเราคนที่ 2 (นาย B) ได้ 50 คะแนน เป็นต้น เพราะ Facebook รู้ว่าเพื่อนคนไหนมีปฏิสัมพันธ์กับเราบ่อยๆบ้าง คนที่มีปฏิสัมพันธ์กับเราบ่อยๆ Edgerank โพสต์ของเราต่อเขาก็จะสูง มีโอกาสสูงที่เพื่อนจะได้เห็นโพสต์ของเรานั่นเอง

 

Edgerank มีปัจจัย 3 อย่างคือ

Affinity – คุณมีความใกล้ชิดกับผู้อ่านแค่ไหน ยิ่งถ้าคนนั้นเขาเคยมาเขียน Comment หรือมา Like โพสต์เก่าๆ ของเรามากเท่าไหร่ ก็ถือว่ามีความใกล้ชิดมาก ก็จะส่งผลถึง Edgerank ให้สูงได้
Weight – ไม่แปลตรงๆ ว่าน้ำหนัก แต่หมายถึงว่าถ้าโพสต์นั้นๆ ได้รับการ Comment, Like หรือ Share มากๆ ก็ถือว่ามี weight มาก
Time Decay – ก็คือว่า ยิ่งนานไป โพสต์ก็มีความสำคัญน้อยลงเรื่อยๆ
บางคนเคยพบว่าการโพสต์รูปภาพจะได้ weight เยอะ (ทำให้ Edgerank เยอะ) นั่นคือกำลังบอกว่า พอเริ่มโพสต์ Facebook ก็รู้คะแนน Edgerank เลย (ไม่ต้องรอดู engagement อย่างที่อธิบายข้างบน)

แต่ในขณะเดียวกันก็เคยมีคนทดลองแล้วปรากฏว่าโพสต์ที่เป็นข้อความล้วนๆ นั้นเข้าถึงผู้คนได้เยอะกว่า (ประมาณว่าได้รับ Edgerank เยอะกว่า) แต่สุดท้ายก็ไม่มีข้อสรุปที่แน่นอน

 

อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าอย่าไปกังวลกับรายละเอียดมาก แค่ทำตามเคล็ดลับ 6 ประการนี้ก็พอครับ

 

1. พยายามทำให้ Fan Page ถูก Like มากๆ (ช่วยเรื่อง Affinity)
เพราะ fan page มีโอกาสเห็นโพสต์ของเรามากกว่า friend

ผมเห็นหลายคนสร้าง Fan Page ขึ้นมาแล้วปล่อยไว้เฉยๆ หวังว่าคนคงจะมาเห็นเอง หรือพยายามบอกต่อเพื่อนๆ แต่ก็ได้ผลในวงจำกัด เทคนิคที่ผมแนะนำก็คือ ในช่วงแรกๆ ให้ยอมโฆษณาครับ ยอมจ่ายค่าโฆษณาให้กับ Facebook เพื่อเพิ่ม Like อย่างรวดเร็ว แล้วมันจะโตแบบก้าวกระโดดภายหลัง

2. โพสต์สิ่งที่ดี มีคุณค่า (ช่วยเรื่อง Affinity และ Weight)

แต่แน่นอน..ถ้าเราโพสต์สิ่งที่ “เกี่ยวข้อง” และ “เป็นประโยชน์” กับกลุ่มเป้าหมายของเรา พวกเขาก็ย่อมคลิก Like หรือ Share เยอะ บางคนก็เข้ามา Comment ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ทำให้ได้ทั้งความใกล้ชิดสนิทนสนม (Affinity) และได้ Weight ของโพสต์เราด้วย

3. สื่อสารกับ Fan ด้วย FB Message (ช่วยเรื่อง Affinity)

แต่ในที่สุดผมก็รู้ว่าการสื่อสารกับ friend หรือ fan ด้วย FB Message นั้นช่วยเพิ่มคะแนนความใกล้ชิดระหว่างเรากับเขา ทำให้คนพวกนั้นเขาได้รับ (เห็นในกระดานข่าว) โพสต์ของเราค่อนข้างแน่นอน

ดังนั้น เราจึงควรหมั่นเขียน Message ไปถึง friend หรือ fan ของเราบ้าง และที่สำคัญ..เวลาที่คุณได้รับ Message มาจากใครก็ตาม ควรเขียนตอบกลับไป เพื่อให้เกิดการผูกสัมพันธ์ ให้ Facebook เห็นว่าเราสนิทกันไงครับ

4. โพสต์รูปภาพหรือวีดีโอบ้าง (ช่วยเรื่อง Weight)

ก็กลับมาเรื่องเดิม มันเป็นเรื่องธรรมดาครับ ภาพหนึ่งภาพ..แทนคำพันคำ ดังนั้น คนทั่วไปชอบดูรูป เพราะมันสบายตา และเข้าใจง่ายกว่าตัวอักษร สื่อความหมายได้อารมณ์กว่า นั่นก็เป็นสาเหตุให้คน interact หรือมีปฏิสัมพันธ์กับโพสต์ของเราเยอะกว่า

เราคงไม่ต้องเถียงกันว่าโพสต์ที่เป็นรูปภาพหรือวีดีโอนั้น มันได้ Weight มาช่วยคะแนนตั้งแต่ต้น หรือได้รับการ Share/Like/Comment เยอะแล้วทำให้ Affinity เพิ่มภายหลัง ไม่ว่าจะอย่างไร..มันก็พิสูจน์แล้วว่าคนชอบมีปฏิสัมพันธ์กับโพสต์ประเภทนี้มากกว่าอยู่ดี

5. โพสต์แบบ ‘ตั้งคำถาม’ หรือ ‘เว้นช่องให้ตอบ’ (ช่วยเรื่อง Weight)

ถ้าโพสต์ข้อความแบบนี้ย่อมทำให้ผู้คนเข้ามาเขียนในส่วนของ Comment ได้เยอะ และแอดมินอยากจะบอกว่าComment ได้คะแนน Weight มากกว่า Like หรือ Share เสียอีกนะครับ

ตัวอย่างโพสต์ประเภทนี้เช่น กำลังจะซื้อ SmartPhone ใหม่ เอา iPhone หรือ Android ดีนะ?

คำถามสั้นๆ แต่ผมมั่นใจว่าได้ Comment เยอะแน่นอน แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องคำตอบ ต่อให้มีคนมาตอบว่า ไม่เอาทั้งคู่ เอา Blackberry ดีกว่า แต่ยังไง..เราก็ได้ตามจุดประสงค์แล้ว (มีคนมา comment)

ยิ่งเป็นคำถามที่ “ตอบง่าย” ตอบได้แบบสั้นๆ ยิ่งมีคน comment เยอะ เช่นถามในลักษณะให้ตอบ “ใช่หรือไม่?” “เห็นด้วยไหม” เป็นต้น

คำถามที่ต้องตอบยาวๆ หรือต้องคิดเยอะๆ ก่อนตอบ … ไม่ดีครับ อย่าลืม..เพื่อนๆ หรือแฟนๆ ของคุณได้รับข่าวสารเป็นพันชิ้นต่อวัน อ่านกระดานข่าวไม่มีวันหมด คนเขาไม่ค่อยยอมเสียเวลากับโพสต์ของเรานักหรอกครับ ทำ Faceboook ให้น่าสนใจ

 

6. วางแผนการโพสต์ตามเวลา (ช่วยเรื่อง Decay)

ถ้ามองแบบเผินๆ Decay จะเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เพราะมันเป็นกาลเวลาที่ล่วงเลยไปเรื่อยๆ ภายในเวลา 12-24 ชั่วโมง แต่มันยังอยู่ในฐานข้อมูลของ Facebook นะครับ และที่จริง ถ้าโพสต์ของคุณไม่ได้รับความนิยม  ใน Facebook ภายใน 3 ชั่วโมง ก็ควรปล่อยผ่านไปและเริ่มคิดโพสกันใหม่

ถ้าคุณตั้งใจที่จะใช้ Fan Page ในการเชิงธุรกิจเพื่อการสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายของคุณจริงๆ หละก็ คุณต้องวางแผนว่าจะโพสต์อะไร วันไหน กี่โมง และโพสต์เป็นประจำ

เรื่องโพสต์อะไรนั้น ผมเคยบอกแล้วว่าต้องเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายของเรา เป็นสิ่งที่เขาอยากรู้ หรือรู้แล้วจะดีกับเขา เป็นสิ่งที่พวกเขาสนใจ

ส่วนว่าโพสต์เวลาไหนนั้น ถ้าคุณเป็นนักการตลาดที่จริงจัง ผมแนะนำให้โพสต์วันละ 3 เวลาคือ

เช้า ช่วงเวลาประมาณ 6 – 8 โมงเช้า
กลางวัน ช่วงเวลาประมาณ 11 โมง – บ่ายโมง
เย็น ช่วงเวลาประมาณ 6 โมงเย็น – 3 ทุ่ม
เพราะนี่เป็นช่วงเวลาที่คนพักจากงาน อ่านอีเมล และเล่น Facebook

อย่างไรก็ตาม คนอื่นเขาก็โพสต์ในช่วงเวลานี้เหมือนกัน ดังนั้น..คุณควรแน่ใจว่า สิ่งที่โพสต์นั้นเป็นสิ่งที่โดนใจกลุ่มเป้าหมายนะครับ

บางทีในช่วงเสาร์-อาทิตย์ หรือวันธรรมดาดึกๆ ก็ควรโพสต์บ้าง ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณต้องหา pattern หรือรูปแบบของคุณเอง เพราะแต่ละกลุ่มเป้าหมายไม่เหมือนกัน เป็นเรื่องที่ต้องลองผิดลองถูกอยู่บ้าง สิ่งสำคัญก็คือ..ต้องวัดผล ต้องดูว่าโพสต์แบบไหน/เวลาไหนมีคนเห็นกี่คน มีคน Like/Share/Comment เยอะไหม

ลองใช้ฟีเจอร์ ‘ตั้งเวลาโพสต์’ ของ Facebook ให้เป็นประโยชน์ เราสามารถเขียนโพสต์ แล้วตั้งเวลาไว้ล่วงหน้าว่าจะให้โพสต์ปรากฏสู่สายตาผู้ชมในวัน-เวลาใด อย่างนี้ทำให้เราทำงานรวดเดียว..เขียนเนื้อหาไว้ล่วงหน้าไว้เยอะๆ ได้ (เพราะบางทีการขีดเขียนอะไรก็ต้องให้อารมณ์มันได้เหมือนกัน)

สรุป
ถ้าคุณทำธุรกิจ และตั้งใจใช้ Facebook ทำการตลาด ถ้าคุณต้องการผลลัพธ์ที่ดี คุณต้องใส่ใจกับคำว่า Edgerank และศึกษาให้เข้าใจหลักการทำงานของมัน ไม่งั้นก็เหมือนปิดตาขึ้นรถไฟเหาะยิงปืน คงยิงโดนเป้ามั๊งอย่างนั้นหนะ เอาเป็นว่า

คิดก่อนโพสต์
ทุกโพสต์มีจุดประสงค์ชัดเจน
วางแผนล่วงหน้า

Related Articles