Chinese (Simplified)EnglishThai
Chinese (Simplified)EnglishThai

Chinese (Simplified)EnglishThai

การเรียนรู้ด้วยตัวเอง ด้วย e-learning ที่มีประโยชน์ต่อปัจจุบัน

การเรียนรู้ด้วยตนเอง

การเรียนรู้ด้วย e-learning นั้นแม้มีการศึกษายืนยันอย่างชัดเจนว่า ทุกคนสามารถสร้าง การเรียนรู้ด้วยตัวเอง ได้ แต่นักการศึกษา นักวิชาการ และนักวิจัยทางสมอง ก็มีความเห็นตรงกันว่า

“มันไม่ใช่เรื่องง่าย” เราพบเห็นตัวอย่างมากมายในการเรียนรู้ แบบออนไลน์ ในไทยที่ไม่ประสบความสำเร็จ

เป็นเรื่องท้าทายสำหรับทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ แต่จะเป็นเรื่องน่ายินดีมากหากเราหันมาให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับการเรียนด้วยตัวเองมากขึ้น เพราะอย่างที่บอก เป็นการเรียนรู้ที่เป็นอิสระ และสร้างความสุขสนุกสนานได้มากกว่าการรอให้พ่อแม่หรือครู อาจารย์ป้อนข้อมูลอย่างเดียว

การเรียนรู้ด้วย e-learning นั้นแม้มีการศึกษายืนยันอย่างชัดเจนว่า ทุกคนสามารถสร้างการเรียนรู้ ด้วยตัวเองได้ แต่นักการศึกษา นักวิชาการ และนักวิจัยทางสมอง ก็มีความเห็นตรงกันว่า

“มันไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน”  ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ดี เห็นตัวอย่างมากมายในการเรียนรู้ 

เป็นเรื่องท้าทายสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ แต่จะเป็นเรื่องน่ายินดีมาก หากเราหันมาให้ความสนใจและให้ความสำคัญ กับการเรียนแบบออนไลน์มากขึ้น เพราะอย่างที่บอกว่า เป็นการเรียนรู้ที่เป็นอิสระ และสร้างความสุขสนุกสนานได้มากกว่า การรอให้พ่อแม่หรือครู อาจารย์ป้อนข้อมูลอย่างเดียว

แม้มีการศึกษายืนยันอย่างชัดเจนว่า ทุกคนสามารถสร้างการเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ แต่นักการศึกษา นักวิชาการ และนักวิจัยทางสมอง ก็มีความเห็นตรงกันว่า

“และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกัน”  ที่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ดี เห็นตัวอย่างมากมายในการเรียนรู้ 

เป็นเรื่องท้าทายสำหรับทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ แต่จะเป็นเรื่องน่ายินดีมากหากเราหันมาให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับการเรียนออนไลน์มากขึ้น เพราะอย่างที่บอกว่า เป็นการเรียนรู้ที่เป็นอิสระ และสร้างความสุขสนุกสนานได้มากกว่าการรอให้พ่อแม่หรือครู อาจารย์ป้อนข้อมูลอย่างเดียว

เรียนรู้ด้วยตัวเอง eleaning

การเรียนรู้ด้วยตัวเอง (self-directed learning) มีประโยชน์อย่างไร?

บิล เกตส์ (Bill Gates) มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) และ เอลเลน ดีเจนเนอรีส (Ellen DeGeneres) เมื่อเอ่ยถึงบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ชื่อพวกเขามักจะปรากฏขึ้นมาให้เป็นตัวอย่างอยู่เสมอ เราจะไม่โฟกัสตรงการตัดสินใจลาออกจากการเรียนในมหาวิทยาลัยของพวกเขา แต่ปัจจัยความสำเร็จสำคัญที่พวกเขามีเหมือนกัน คือ ‘ การเรียนรู้ด้วยตัวเอง ’

ช่วยให้เราเพิ่มพูนทักษะความรู้ใหม่ๆ ตามความชอบและความสนใจได้อย่างอิสระ ไม่ต้องถามเรื่องความสำเร็จ เพราะความสำเร็จเกิดขึ้นได้แน่นอนหากผู้เรียนเรียนรู้ที่จะกำกับตัวเอง

e-leaning

ในสมัยก่อนที่การใช้คอมพิวเตอร์ยังไม่แพร่หลาย การศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองก็คือการหาหนังสือตำรับตำรามาอ่านจากห้องสมุด บ้างหรือซื้อหาหนังสือมาอ่านเองบ้าง แต่เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้า การศึกษาด้วยตนเองก็ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก เพียงกดปุ่ม พิมพ์อักษรไม่กี่ตัวก็เข้าไปท่องเว็บไซต์ต่างๆ ได้แล้ว การเรียนรู้โดยใช้สื่อคือคอมพิวเตอร์นี้ก็คือ e-learning นั่นเอง ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีมหาวิทยาลัยทั้งไทยและเทศเปิดหลักสูตรระดับปริญญาตรีและโท โดยเรียนแบบ e-learning กันแพร่หลาย และนอกจากหลักสูตร

ระดับปริญญาแล้ว ก็ยังมีหลักสูตรฝึกอบรมต่างๆ ให้เลือกศึกษาตามความชอบและตามเวลาที่สะดวก ไม่เหมือนกับการเรียนในชั้นเรียนที่ต้องไปเรียนตามเวลาที่กำหนด เรียนจบแล้วก็แล้วกัน อยากฟังที่อาจารย์พูดซ้ำก็ยาก (ยกเว้นขออนุญาตอัดเทปหรืออัดวิดีโอไว้ดูซ้ำภายหลัง)

eleaning home

เรียนรู้ด้วยตัวเอง ด้วย e-learning

e-learning จึงเป็นทางออกที่สวยสำหรับหลายองค์กรที่อยากจัดหลักสูตรฝึกอบรมพนักงานที่มี เวลาว่างในการเข้ารับฝึกอบรมไม่ตรงกัน นอกจากนี้ ยังสามารถทบทวนบทเรียนตามความสามารถในการทำความเข้าใจของแต่ละคนได้ ส่วนเรื่องประหยัดนั้นคงต้องคิดใน ระยะยาว เพราะการลงทุนติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ และสร้างหลักสูตรฝึกอบรมสำหรับการเรียนการสอน แบบ e-learning นั้นมีค่าใช้จ่ายมาก แต่เมื่อติดตั้ง จัดระบบเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ความคุ้มทุนจะอยู่ที่จำนวนผู้ใช้และจำนวนครั้งที่ใช้ เพราะสามารถเรียนซ้ำๆ ได้ ตามเวลาและความสะดวก ยิ่งใช้ซ้ำมากก็ยิ่งคุ้ม

ปัจจัยสำคัญในการพัฒนา e-learning ให้เป็นเครื่องมือพัฒนาตนเองของพนักงานให้ประสบความสำเร็จ

 ปัจจัยที่ 1: แผนพัฒนา e-learning ต้องเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ธุรกิจ (Alignment to Business Strategy) กล่าวคือ ผู้บริหารและ HR ต้องมีความชัดเจนว่า e-learning นั้นจะช่วยสนับสนุนส่งเสริม ให้องค์กรสามารถดำเนินการ

ตามกลยุทธ์เพื่อบรรลุ เป้าหมายธุรกิจได้อย่างไร หากผู้บริหารและ HR เอง ยังตอบคำถามนี้ไม่ได้ และมีเพียงแต่ความรู้สึกหรือความเชื่อว่าพนักงานควรใช้ e-learning เพื่อเรียนรู้ศึกษาหาข้อมูลต่างๆ เพราะ

“รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม” นั้นไม่เพียงพอแน่นอน เพราะ e-learning ควรเป็นการ “เรียนรู้เพื่อนำไปใช้”

ด้วย ดังนั้นผู้บริหารและ HR พึงปรึกษาหารือร่วมกันว่า วัตถุประสงค์ในการจัดวางระบบ e-learning นั้นมีอะไรบ้าง เป้าหมายขององค์กรมีอะไร กลยุทธ์คืออะไร และสิ่งที่พนักงานต้องเรียนรู้จากหลักสูตร

e-learning นั้นมีอะไรบ้าง และพวกเขาจะต้องนำความรู้นั้นไปทำอะไรเพื่อเป็นการผลักดันให้แผนกงานของเขา และองค์กรบรรลุเป้าหมายได้ ทั้งนี้ เมื่อพนักงานมีความเข้าใจในความสำคัญของ e-learning กับการทำงานของเขาแล้ว เขาก็จะสนใจและ มีความกระตือรือร้นในการเข้าศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเอง โดยใช้e-learning มากขึ้นโดยไม่ต้องไปบังคับ

 ปัจจัยที่ 2: ผู้บริหารและหัวหน้างานต้องให้การ สนับสนุน e-learning อย่างจริงจังและสม่ำเสมอ (Management Support) โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูงนั้นยิ่งสำคัญมาก เรื่องอย่างนี้ใครๆ ก็รู้ว่าถ้า “บิ๊กบอส” สนใจสนับสนุน และลงมา “ล้วงลูก” เรื่องใดๆ ก็ตาม งานชิ้นนั้นก็มักจะเดินหน้าเร็ว เพราะฉะนั้นบิ๊กบอสและบอสทั้งหลายต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกน้อง โดยใช้

e-learning ด้วย ไม่ใช่สั่งให้ลูกน้องเรียนรู้จาก e-learning แต่ตัวเองไม่เคยใช้เลย

 ปัจจัยที่ 3: มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี (Technology Readiness) เรื่องเทคโนโลยีนี่เป็นหัวใจของ e-learning เลย ตั้งแต่การติดตั้งระบบ การออกแบบโปรแกรมการใช้และการเรียนการสอน การทะนุบำรุงรักษา (Maintenance) การแก้ไขปัญหาทางเทคนิคต่างๆ หรือบริการ (Services) เมื่อเกิดปัญหาอย่างที่เรียนไว้แล้วว่าเรื่องนี้ต้องใช้ทุนสูง แต่ก็คุ้มค่าในระยะยาว เพราะฉะนั้นให้เลือกผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์จริงๆมาวางระบบ และออกแบบระบบให้ อย่าทำชุ่ยๆ ง่ายๆ เพราะจะไม่ได้ผลคุ้มกับสตางค์ที่ลงทุนไป

 ปัจจัยที่ 4 : ผลลัพธ์ จากการเรียนรู้ (Learning Outcomes) การออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้นั้นต้องเชื่อมโยงเป้าประสงค์การเรียนกับ กิจกรรมหรืองานที่พนักงานต้องปฏิบัติ โดยมีการตั้งมาตรฐานเพื่อวัดผลการเรียนรู้ ทักษะต่างๆ หลังการเรียนรู้ของพนักงาน ซึ่งการวัดผลจะเป็นการกระตุ้นให้พนักงานเรียนรู้อย่างจริงจัง ไม่ใช่

เรียนเล่นๆ ไม่ตั้งใจ อย่างไรก็ตาม ถ้าสามารถออกแบบการเรียนรู้ที่มีการตอบสนองผู้เรียน (Interactive) จะทำให้การเรียนโดย e-learning สนุกสนานมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เพราะถ้าพนักงานเห็นการเรียนเป็นเรื่องสนุกแล้ว เขาก็ย่อมอยาก

จะเรียนรู้ด้วย ตนเองโดยไม่ต้องมีใครบังคับ ซึ่งถือว่าบรรลุเป้าหมายของการส่งเสริมการพัฒนาตนเอง โดย e-learning อย่างสมบูรณ์ ต่อไปมาดู ความน่าสนใจของการเรียนรู้ด้วยตัวเองกันครับ

e-lrarning02

ติดอาวุธสร้างการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

เมื่อรู้จักตัวเองดีพอแล้วว่าสนใจศึกษาเรื่องอะไร ชอบสิ่งไหนเป็นพิเศษ กระบวนการเรียนรู้ด้วยตัวเองจะเกิดขึ้นได้โดยไม่สะดุด หากมีทักษะการเรียนรู้ (learning skills) ต่อไปนี้

ทักษะชีวิต (life skills) ยกตัวเช่น การจัดการเวลา ผู้เรียนควรเรียนรู้วิธีแบ่งเวลาส่วนตัว เวลาในการเข้าสังคม และเวลาทำงานร่วมกับผู้อื่น ให้เหมาะสมกับกิจวัตรประจำวันของตัวเองการสร้างแรงจูงใจให้กับตนเอง มีความเชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถที่มีอยู่ การกล้าตัดสินใจและพึ่งพาตัวเองได้ รวมถึงการทำกิจกรรมที่

เปิดโอกาสให้ตนเองได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์

ทักษะพื้นฐาน (basic skills) พัฒนาความสามารถทั่วไปที่เป็นประโยชน์ในการเรียนรู้และการทำงานด้านต่างๆ ซึ่งสอดคล้อง

กับสิ่งที่ตนเองสนใจ เช่น การอ่าน การคิดเลข การใช้คอมพิวเตอร์ การทำงานกราฟิก หรือการทำเอกสาร เป็นทักษะที่จำเป็นต้องใช้เพื่อเรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจ การเตรียมวัสดุหรืออุปกรณ์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ การบันทึก และสรุปใจความในสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจและเข้าถึงองค์ความรู้เหล่านั้น

การเรียนรู้เพื่อจะเรียนรู้ (learning to learn) ผู้เรียนต้องมีใจเปิดรับการเรียนรู้ ไม่มีอคติต่อการเปิดรับข้อมูลจากแหล่งข้อมูลใหม่ๆ และหมั่นค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลใหม่ๆ อยู่เสมอควรมีความสามารถในการออกแบบและวางแผนการเรียนรู้เพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

ทักษะการวิเคราะห์ (analytical skills) ความสามารถในการเลือกและใช้ข้อมูลอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถวิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญและความน่าเชื่อถือของข้อมูลได้ ควรมีความสามารถในการเขียนและเรียบเรียงข้อมูลรูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องและเป็นประโยชน์กับการเรียนรู้ของตัวเอง

ทักษะการประเมิน (evaluation skills) ความสามารถในการประเมินตนเองอย่างซื่อสัตย์ ยอมรับข้อบกพร่องของตัวเอง และยอมรับคำแนะนำจากผู้อื่นได้ ควรมีความมุ่งมั่นพยายาม ความอดทน รวมทั้งความมีวินัย ทั้งในแง่ของการเรียนรู้ และการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการเรียนรู้อย่างเต็มความสามารถ ความสำเร็จไม่ได้วัดจากคะแนนหรือคำชื่นชม แต่เกิดจากบทเรียน ประสบการณ์ที่ได้รับระหว่างลงมือทำงาน

การรู้ด้วยตัวเอง

กุญแจสำคัญ ที่จะช่วยผลักดันให้การเรียนรู้ด้วยตัวเอง 

การศึกษาโดย มหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู ประเทศแคนาดา (University of Waterloo, Canada) ได้ค้นพบกุญแจ
4 ดอกสำคัญ ที่จะช่วยผลักดันให้การเรียนรู้ด้วยตัวเองเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่อง และเป็นแนวทางการเรียนรู้ที่ยั่งยืนเฉพาะตัวบุคคล

กุญแจ 4 ดอกสำคัญ ที่จะช่วยผลักดันให้การเรียนรู้ด้วยตัวเองเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. กุญแจดอกที่หนึ่ง ความพร้อมที่จะเรียนรู้ (Being Ready to Learn/ Assess Readiness to Learn)

แต่ละคนมีทักษะและทัศนคติต่อการเรียนรู้ไม่เหมือนกันเลย เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การประเมินความพร้อมในการเรียนรู้ของตัวเอง ส่วนจะถูกต้องแม่นยำแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่า เรายอมรับความจริงและซื่อสัตย์กับ

ตัวเองมากน้อยแค่ไหน ลองถามตัวเองด้วยชุดคำถาม

เรียนรู้ด้วยตัวเอง

2. กุญแจดอกที่สอง มีเป้าหมายในการเรียนรู้ (Setting Learning Goals)

เป้าหมายที่ว่าไม่ใช่แค่เป้าหมายเฉพาะตัวบุคคล สำหรับการเรียนในห้องเรียน ครูและนักเรียนจะต้องสื่อสารและทำความเข้าใจร่วมกัน
เรียนรู้เอง

3. กุญแจดอกที่สาม มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ (Engaging in the Learning Process)

นอกจากเช็คพื้นฐานความพร้อมแล้ว การเรียนรู้ด้วยตัวเองเกิดขึ้นได้เมื่อผู้เรียนเข้าใจความต้องการของตัวเอง เด็กๆ ต้องรู้ใจตัวเองว่า อยากเรียนรู้เรื่องอะไร ถ้าไม่ชอบเรียนในห้องเรียน แล้วชอบเรียนแบบไหน การรู้จักตัวเองนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อโรงเรียนและผู้ปกครอง เปิดพื้นที่ให้เด็กได้ลองคิดลองทำกิจกรรมต่างๆ อย่างหลากหลายนอกเหนือจากการท่องจำในตำรา

4. กุญแจดอกที่สี่ ประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ (Evaluating Learning)

อย่างที่ยกตัวอย่างนักกีฬา นักดนตรี และนักร้อง ไปแล้วในตอนต้น การประเมินตนเองอย่างตรงไปตรงมา แล้วยอมรับข้อผิดพลาด ช่วยให้เกิดการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างตรงจุด

Related Articles