Chinese (Simplified)EnglishThai
Chinese (Simplified)EnglishThai

Chinese (Simplified)EnglishThai

สร้างตัวตนด้วย การทำ GDN ดียังไง และทำอย่างไรให้โฆษณามีคุณภาพมาทำความรู้จักกันครับ

GDN

วันนี้แอดมินจะขอแชร์ ข้อมูลดีๆสำหรับการสร้างตัวตน (สร้างแบรนด์) อย่างไรให้เป็นที่รู้จักด้วย การทำ GDN หรือ “Google Display Network” โดยในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักและสร้างโฆษณาให้มีคุณภาพและคุ้มค่ากันครับ เคยสังเกตไหมเวลาเราเข้าเว็บต่าง ๆ เรามักจะเห็นมีโฆษณาที่เป็นรูปภาพบ้าง เป็นภาพนิ่ง บ้าง หรือไม่ก็เคลื่อนไหวได้เต็มไปหมดซึ่งโฆษณาเหล่านั้นในสายการตลาดออนไลน์เรียกว่า GDN

” GDN ” คือการลงโฆษณาบนเว็บไซต์ต่างๆที่เป็นพันธมิตร (เครือข่าย) กับทาง Google ซึ่งสามารถเข้าถึงผู้คนได้กว้างขวางได้ทั่วประประเทศ หรือ ทั่วโลก และถือว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่า Search Result Page ของ Google search อย่างมาก

โดยเราสามารถเลือกที่จะลงโฆษณา GDN ไปยังเว็บไซต์ชื่อดังต่างๆได้เพื่อให้การโฆษณาของเรานั้นทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายที่จะเป็นลูกค้าเราได้ ตัวอย่างเช่น เราขายซอฟต์แวร์ระบบจัดเก็บเอกสาร เราก็เลือกไปที่เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับด้านซอฟต์แวร์ดังๆ เป็นต้นโดยเราจะเข้าถึงผู้คนที่สนใจสินค้าของเราได้ตรงกลุ่มมากกว่า เพราะผู้เข้าชมเว็บไซต์นั้นมีความสนใจเกี่ยวข้องกับสินค้าอยู่แล้วเป็นต้น

รูปแบบของโฆษณาของ GDN มีอยู่ด้วยกัน 4 ประเภท ได้แก่

1. โฆษณาแบบข้อความตัวอักษร

โฆษณาที่ประกอบด้วย หัวข้อ เนื้อหา 2 บรรทัด และ URL ที่เรามักเคยเห็นกันเป็นแบบข้อความสั้นๆ

2. โฆษณาที่เป็นรูปภาพ หรือ ป้ายแบนเนอร์

โฆษณาที่เป็นรูปภาพ หรือ แบนเนอร์โฆษณา ซึ่งมีขนาดที่ได้รับความนิยมอยู่ 4 ขนาดคือ

  • 160*600
  • 300*250
  • 468*60
  • 728*90

3. โฆษณาแบบสื่อสมัยใหม่

โฆษณาแบบ Interactive หรือ Animation รูปภาพ

4. โฆษณาแบบวีดีโอ

โฆษณาในรูปแบบวิดีโอซึ่งสามารถเล่นได้เอง

ข้อดีของการทำ GDN

  • โฆษณาเป็นแบบรูปภาพ ทำให้สร้างการจดจำได้ง่าย
  • เข้าถึงคนหลักล้านได้ในงบหลักพัน
  • เป็นโฆษณาที่ทำได้ง่าย ไม่ซับซ้อน แค่ทำภาพขนาดตรงกับที่ทาง Google ต้องการก็ทำได้แล้ว
  • เหมาะสำหรับการทำ Re-Marketing ให้ลูกค้าเห็นเราซ้ำ ๆ จากหลาย ๆ เว็บไซต์ที่พวกเขาเข้าชมประจำ ซึ่งเป็นหนึ่งในจิตวิทยาที่ทำให้แบรนด์นั้นดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

การจ่ายเงินเมื่อโฆษณา Google Display Network มี 2 วิธีคือ

  1. เสียก็ต่อเมื่อมีการคลิก หรือ Pay Per Click นั่นเอง  อันนี้ก็ปกติเหมือนกันการทำโฆษณากับ Google ในส่วนหน้าเว็บ www.Google.comคร้บ ส่วนอีกแบบคือ
  2. เสียเมื่อมีการแสดงผลทุก 1 พันครั้ง  หรือที่เรียกว่า CPM (Cost per Mile)  อันนี้จะไม่สนใจว่าจะมีคนคลิกหรือเปล่า สนใจอย่างเดียวว่ามีการแสดงโฆษณาคุณทุก 1,000 ครั้ง คุณจะเสียเงินทันที  วิธีการนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการสร้าง Brand Awareness ครับ

การทำ GDN (Google Display Network)

การเลือกเป้าหมายในการทำ GDN (Google Display Network) มีอยู่หลายวิธี โดยหลักๆ แล้วสามารถแบ่งได้ 4 วิธี ประกอบด้วย

 

1. Topic Targeting

การลงโฆษณาแบบเลือกกลุ่มเป้าหมาย (Target) หมายตามหัวข้อ (Topic) ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นสินค้าเป็นประเภทเครื่องสำอาง สามารถทำได้โดยกำหนดการแสดงโฆษณาไปในกลุ่มเว็บไซต์เกี่ยวกับเครื่องสำอางและความงาม ทั้งนี้ เราไม่สามารถเลือกเจาะจงเว็บไซต์ได้ เว็บไซต์ที่แสดงโฆษณาจะเป็นการเลือกแบบ Random

 

2. Placement Targeting

การลงโฆษณาแบบเจาะจงเว็บไซต์เป้าหมายที่จะให้โฆษณาไปแสดง อาจเป็นเว็บไซต์ที่เป็นฐานกลุ่มลูกค้า หรือเลือกเว็บไซต์ที่มีการเข้าถึงเป็นจำนวนมาก เช่น sanook.com, mthai.com หรือ kapook.com เพื่อเป็นการทำ Branding ก็ได้

 

3. Keyword Contextual Targeting

การลงโฆษณาบนเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับ Keyword ของเรา ยกตัวอย่างเช่น หากเรากำหนดให้โฆษณาไปแสดงในเว็บไซต์ที่มี Keyword คำว่า “เครื่องสำอาง” เมื่อมีผู้ใช้ค้นหาด้วย Keyword คำว่า “เครื่องสำอาง” และได้เข้ามายังเว็บไซต์ที่เป็นเครือข่ายของ Google ที่มีคำว่า “เครื่องสำอาง” อยู่ในเว็บไซต์ โฆษณาของเราจึงจะถูกนำมาแสดงให้ผู้ใช้คนนั้นๆ เห็น

 

4. Remarketing

การโฆษณาแบบติดตามเพื่อดึงให้ลูกค้ากลับมา หลักการทำงานของ Remarketing คือ เมื่อผู้ใช้เข้าไปในหน้าเว็บไซต์ที่มีการฝังโค้ดของ Remarketing จากนั้น Browser ก็จะจดจำ Cookie เอาไว้ เมื่อผู้ใช้เข้าไปยังเว็บไซต์ที่เป็นเครือข่ายของ Google โฆษณาของเว็บไซต์ที่มีการการฝังโค้ดของ Remarketing นั้นๆ ก็จะถูกนำมาแสดงให้ผู้ใช้เห็น

Related Articles